FREE! Samplitude Silver : SoundCloud Edition

หน้าตาของ Samplitude Sliver : SoundCloud Edition

หน้าตาของ Samplitude Sliver : SoundCloud Edition

SoundCloud เป็นบริการ upload/share audio ใครนึกไม่ออกก็ให้นึกเป็น YouTube สำหรับเสียงอย่างเดียวก็ได้ แต่ใครจะไปรู้ว่า ใน SoundCloud นั้นมีของฟรีที่น่าสนใจแจกอยู่ด้วย มาลองดูตัวนี้กัน Samplitude Silver : SoundCloud Edition … DAW เต็มรูปแบบที่แจกฟรี

หลายคนคงเคยได้ยินชื่อของ Samplitude มาก่อน หรือบางคนอาจจะไม่เคย Samplitude เป็น Digital Audio Workstation (DAW) ตัวนึงจากบริษัท Magix ในประเทศเยอรมนี นึกภาพตามก็เหมือนเป็น ProTools , Sonar, Cubase ทำนองนี้แหละ ถ้าย้อนอดีตกลับไป ค่าย Magix นั้นมี software หลักๆอยู่ 2 ตัว ได้แก่ Samplitude และ Sequoia ข้อแตกต่างของมันก็คือ Samplitude จะทำงานกับ Audio อย่างเดียว ไม่มี MIDI (คล้ายกับ ProTools 5) ส่วน Sequoia นั้นเป็น workstation เต็มรูปแบบที่มี feature ของ MIDI ด้วย แต่ต้องออกตัวก่อนว่าช่วงหลังๆไม่ได้ติดตาม product ของค่าย Magix นัก ส่วนนึงก็คือเขาแบ่ง product ได้ซับซ้อนและดูไม่รู้เรื่อง อีกเหตุผลเล็กๆก็คือ GUI มันไม่ค่อยสวย :P

Samplitude Sliver เป็น link เล็กๆบน sidebar ในเวป SoundCloud.com

Samplitude Sliver เป็น link เล็กๆบน sidebar ในเวป SoundCloud.com

Samplitude Silver : SoundCloud Edition คืออะไร?

ความพิเศษของ DAW ตัวนี้ก็คือ มันมีให้โหลดผ่านทางหน้าเวปของ SoundCloud เท่านั้น ผมไม่สามารถหาข้อมูลของเจ้าตัวนี้ได้เลยบนเวปของ Samplitude เอง คำถามต่อมาคือ “แล้วมันทำอะไรได้บ้าง” ผมก็สงสัยอยู่เหมือนกัน ก็เลยลอง download มันมาใช้งานดูซะเลย ขนาดแค่ราวๆ 130MB มาพร้อมกับ sample project ด้วย ถือว่าไม่ได้ใหญ่มากมายอะไรเลย

http://soundcloud.com/apps/samplitude-soundcloud

Samplitude Silver : SoundCloud Edition ติดตั้งยังไง?

ง่ายโคตร ก็แค่ download มาจากเวป จะได้ไฟล์ที่เป็น .exe จากนั้นก็ double click เพื่อทำการ install ตามขั้นตอนไปเรื่อยๆก็เรียบร้อย จะมีสะดุดนิดนึงก็ตรงการเปิดใช้งานครั้งแรก โปรแกรมจะถามว่าเราจะแค่ test แบบมีกำหนด 7 วัน หรือจะ register เพื่อใช้งานได้อย่างไม่จำกัด

หน้าสำหรับใส่ Activation Code

หน้าสำหรับใส่ Activation Code

พอเรากด register ก็จะมีช่องสำหรับให้เราใส่ Activation Code ขึ้นมา พร้อมๆกับเรียก web browser ขึ้นมาเพื่อให้เรากรอก email สำหรับสมัคร ที่เราต้องทำก็แค่กรอก email กับตั้ง password หลังจากนั้น ระบบก็จะส่ง Activation Code มาให้เราทาง email ที่เรากรอกไว้ ขั้นตอนสุดท้ายก็แค่ไปเปิด email แล้ว copy code มาแปะลงในช่อง Activation Code ในโปรแกรม Samplitude Sliver เท่านั้นก็เป็นอันเรียบร้อย เข้าใช้งานโปรแกรมกันได้ฟรีในทันที

Samplitude Silver : SoundCloud Edition ทำอะไรได้บ้าง?

ที่น่าตกใจที่สุดคือตรงนี้ Samplitude Silver : SoundCloud Edition มันมี feature ต่างๆมาให้ครบสำหรับทำงาน audio/MIDI มันเป็น DAW เต็มรูปแบบเหมือน Samplitude ตัวเต็ม สามารถใช้งานได้กับ VST instrument/effect ที่เรามีอยู่ในเครื่อง เห็นแค่นี้ก็คุ้มโคตรจะคุ้มแล้ว อย่างนึงที่เราทราบกันก็คือบน Windows นั้น เราสามารถหา free VST ทั้งที่เป็น instrument และ effect มาใช้งานได้ไม่ยาก แต่ปัญหาที่เราเคยเจอกันมาก่อนหน้านี้ก็คือ ยังไม่มี VST Host ที่ฟรีและใช้งานได้จริงๆ มาถึงตรงนี้ Samplitude Silver : SoundCloud Edition ก็คุ้มราคาอย่างที่สุดแล้ว … “คุ้มราคา”? ก็แหงแหละ ไม่ต้องเสียสักบาท

ผมทดลองอัด audio เข้าไป ทดลองอัด MIDI โดยเล่นกับ VSTi ดูแล้ว ทำงานได้จริง ผมยังไม่รู้ว่าเขาจำกัดจำนวน track เอาไว้หรือเปล่า ตอนทดลองใช้งานก็ใช้แค่ 5-tracks เลยยังไม่รู้ข้อจำกัดตรงนี้ แต่ข้อจำกัดนึงที่เจอก็คือ Samplitude Silver : SoundCloud Edition อนุญาติให้ทำงานที่ไม่เกิน 48kHz เท่านั้น ซึ่งก็ไม่ได้เดือดร้อนสักเท่าไหร่ :)

หน้าตา Mixer ของ Samplitude Silver : SoundCloud Edition

หน้าตา Mixer ของ Samplitude Silver : SoundCloud Edition

Samplitude Silver : SoundCloud Edition มีข้อเสียยังไงบ้าง?

อย่างที่บอกไว้ว่า Samplitude Silver : SoundCloud Edition นั้นมันคล้ายกับ Samplitude ตัวเต็มมากๆ ฉนั้นข้อเสียหลักๆที่เหมือนกันเลยก็คือการใช้งานที่ยุ่งยาก โดยเฉพาะกับคนที่ไม่เคยใช้งาน DAW มาก่อนเลย อีกอย่างวิธีการทำงานของ Samplitude ก็จะมองแต่ละ event ใน track เป็น object ที่สามารถสั่ง process แยกชิ้นได้ (คนทำ mastering น่าจะชอบ) ขนาดผมที่ใช้โปรแกรมอื่นมาอยู่แล้ว ยังต้องมานั่งเดา นั่งหาว่า แต่ละคำสั่งที่ต้องการนั้นอยู่ตรงไหนบ้าง การวางเมนูค่อนข้างซับซ้อนจนน่าจะทำให้หลายคนที่คิดจะมาเริ่มใช้งานโปรแกรมนี้ถอดใจไปก่อนจะทำงานออกมาสักชิ้นก็เป็นได้

Samplitude Silver : SoundCloud Edition มันเกี่ยวกับ SoundCloud ยังไง?

ตอบง่ายๆคือมันมีปุ่มสำหรับ upload งานขึ้น SoundCloud ได้ทันทีจากหน้า arrange view เลยครับ แต่ผมไม่ชอบเลย! ถ้าคนที่เคยใช้งานจะทราบว่า ความเจ๋งของ SoundCloud คือมันจะจำกัดความยาวของ audio file ที่เราส่งขึ้นไป แต่ไม่จำกัดขนาด อย่างเช่นบอกว่าเราจะ upload เพลงที่ยาว 3 นาที เราจะ upload แบบเป็น MP3 ขนาด 3MB หรือจะใช้เป็น WAV 96kHz/24bit ขนาดหลายสิบ MB ก็ได้ คนส่วนใหญ่ก็มักจะเลือก upload ด้วยไฟล์ที่ความละเอียดสูงๆ เวลาถูกระบบบีบอัดให้เป็น MP3 ในตอนท้ายก็จะได้ไม่แย่ลงมากนัก

แต่เหมือนกับว่าปุ่ม upload ขึ้น SoundCloud ใน Samplitude Silver : SoundCloud Edition นั้น จะทำการ convert งานเราเป็น MP3 ก่อนแล้วจึง upload ขึ้นไป ตรงนี้ผมพยายามจะหาอยู่ว่ามันต้องไป setting ที่ตรงไหน แต่ก็ยังหาไม่เจอซะที สุดท้ายก็เลยเลิกหาดีกว่า

Samplitude Silver : SoundCloud Edition สรุปว่าคุ้มไหม?

คุ้มสิ ไม่น่าถาม ก็มันฟรี feature ต่างๆก็ใช้งานได้จริง ถึงจะต้องใช้เวลาเรียนรู้มันบ้างก็เถอะ ใช้อัดเสียงง่ายๆอย่างเช่น podcast ด้วยตัวเองก็ได้ แถมยังใช้ VST ได้ด้วย ไปหาโหลด VST effect ของฟรีดีๆมาใช้งานด้วยกันก็ได้ เพิ่มความสามารถให้โปรแกรมนี้ขึ้นไปอีก

skin ของ Unempty ทำให้หน้าตาดูดีขึ้นมาก

skin ของ Unempty ทำให้หน้าตาดูดีขึ้นมาก (click ที่รูปเพื่อขยาย)

SKIN! เปลี่ยนหน้าตาของโปรแกรมได้ด้วย

ใน Samplitude ตั้งแต่ version 8 ขึ้นมา มี feature นึงที่น่าสนใจคือเราสามารถเปลี่ยน skin หรือหน้าตาของตัวโปรแกรมทั้งในหน้า arrange view และหน้า mixer ได้ ซึ่ง Samplitude Silver : SoundCloud Edition ก็สามารถทำได้เช่นกัน ผมลองเปลี่ยนเอา Skin ของ Unempty ที่เคยเขียน blog แนะนำเอาไว้นานแล้วมาลองใช้งานดู มันทำให้ Samplitude Silver : SoundCloud Edition หล่อขึ้นเป็นกอง หน้าตาดู vintage เก๋าสุดๆ ถ้าใครลองใช้ Samplitude Silver : SoundCloud Edition ก็อย่าลืมไปโหลด skin มาลองเปลี่ยนเล่นๆดูได้ครับ

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Magix Samplitude : http://www.samplitude.com/

Logic Pro และ Soundtrack Pro มีปัญหากับ OSX 10.6 Snow Leopard

จากที่เคยบ่นไปแล้วครั้งหนึ่งเมื่อตอนที่ผมพยายามจะ upgrade OSX จาก 10.5 ไปเป็น 10.6 ว่ามีปัญหาหนักในการใช้งาน Soundtrack Pro และ Logic Pro จนถึงขั้นใจงานไม่ได้ ตอนนี้ผมแก้ได้แล้ว ต้องขอขอบคุณข้อมูลจาก SonicState.com

เล่าย้อนไปอีกทีหลังจากที่ upgrade เป็น OSX 10.6.8 เมื่อ 2 เดือนก่อน ผมก็จำใจต้องกลับมาใช้งาน OSX 10.5 Leopard ต่อไปเหมือนเดิมเพราะไม่สามารถใช้งาน Soundtrack Pro และ Logic Pro ได้เลย มันจะ freeze และ crash ไปทุกครั้งที่สั่ง Open หรือ Save As … ใครมันจะใช้งานโปรแกรมโดยไม่ต้องใช้ 2 คำสั่งนี้ได้บ้างฟระ

Tweet จาก @SonicNick

Tweet จาก @SonicNick

แล้วก็เหมือนเป็นเรื่องบังเอิญที่ @SonicNick หรือคุณ Nick Batt แห่งเวป SonicState.com ก็เขียนบน Twitter ของเขาว่าเขาเจอปัญหานี้และเจอวิธีแก้แล้ว โดย link ที่คุณ Nick ให้เอาไว้มันคือ link ไปที่หน้า support ของ Apple ที่เขียนเกี่ยวกับปัญหาเรื่องที่ STP และ LogicPro มีปัญหาหลังจากการ upgrade จาก OSX 10.5 ไป 10.6 ต้นเหตุของเรื่องนี้มันคือสิ่งที่เรียกว่า ProKit framework สารภาพว่าผมก็ไม่รู้หรอกว่ามันคืออะไร แต่หลังจากที่ทำตามวิธีที่แนะนำไว้ใน link นี้ ตอนนี้ทั้ง Soundtrack Pro และ Logic Pro ก็กลับมาใช้งานได้ปกติบน OSX 10.6.8 เรียบร้อย

http://support.apple.com/kb/TS3968

ใครเจอปัญหาแบบเดียวกันนี้ก็ลองแก้ไขด้วยวิธีเดียวกันนี้ดูครับ และถึงแม้ว่าตอนนี้ OSX 10.7 Lion จะออกมาและมีคนพูดถึงกันอย่างมากมาย แต่สำหรับผมคงจะอยู่กับ OSX 10.6 ไปอีกสักพักใหญ่ๆ เพราะยังไม่มั่นใจเรื่อง bug และความเสถียรของ Lion บรรดาลูกเล่นต่างๆนั้นไม่ได้ดึงดูดความสนใจของผมสักเท่าไหร่ เรื่องที่น่าห่วงอีกอย่างก็คือบรรดา software และ hardware ที่ผมใช้งานอยู่นั้น ยังไม่ได้รองรับ Lion กันทุกชิ้น ถ้าย้ายไปตอนนี้คงหงุดหงิดและต้องวนกลับมาหา 10.6 แหงๆ

Native Instruments : The making of Studio Drummer

Native Instruments : Studio Drummer

Native Instruments : Studio Drummer

Native Instruments ออกข่าวเรื่องของ Komplete 8 มาเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน และจะวางขายจริงวันที่ 1 Sep 2011 มี major upgrade ให้กับ software หลายตัว มีการพ่วง software หลายตัวเข้ามาเพิ่ม และมี software ใหม่เอี่ยมพ่วงมาตัวนึง นั่นคือ Studio Drummer

ใจจริงอยากจะเขียนถึง NI Komplete 8 และทิศทางของ NI อยู่สักพักแล้ว แต่ไม่มีเวลามานั่งคิดนั่งเขียนเลย พอดีว่าเมื่อ 2-3 วันก่อนเห็นว่า NI upload video ตัวใหม่ขึ้นบน YouTube เป็น video สั้นๆเกี่ยวกับเบื้องหลังของ Studio Drummer ดูแล้วน่าสนใจดี เลยขอเอามาแปะไว้สักหน่อย

เดิมทีนั้น Native Instruments วางตัว Battery เอาไว้ให้เป็น sample player สำหรับเสียงในกลุ่มของกลอง และมีการ update มาเรื่อยจนถึง Battery 3 ต่อมา NI ก็เริ่มปล่อย soundware ในกลุ่มของเสียงกลองออกมาเป็น AbbeyRoad series ใล่มาตั้งแต่ 60′s , 70′s และ 80′s โดยทั้งหมดนั้นมาในรูปแบบของ instrument ที่ขับเคลื่อนด้วย engine ของ Kontakt

มาถึงตรงนี้ ผมก็แอบคาดเอาไว้ว่า NI คงจะหยุดพัฒนา Battery ไว้ที่ version3 ตรงนี้ แล้วหันไปใช้ Kontakt engine สำหรับ sample instrument ทั้งหมดรวมถึงเสียงกลองด้วย และพอ NI เปิดตัว Studio Drummer ออกมาพร้อมๆกับชุด Komplete 8 ก็ดูเหมือนว่าที่สิ่งผมเข้าใจเกี่ยวกับ Native Instruments นั้น ถูกเป๊ะ :P

ไว้วันหลังค่อยมาเขียนต่อว่าคิดอะไรเอาไว้บ้าง จริงๆมันก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไร แต่รู้สึกสนุกดีเวลาเห็นการปรับตัวของบริษัท software ให้อยู่ได้ในตลาด

ย้อนกลับมาที่ video “The making of Studio Drummer” สิ่งนึงที่รู้สึกคือ NI พยายามเริ่มที่จะใส่อารมณ์ขันเข้ามาใน video มากขึ้น ถึงแม้ว่าผมจะชอบสไตล์ของ Propellerhead มากกว่าอยู่ก็เถอะ มาดูคุณ Udo Masshoff มาพูดถึงเบื้องหลังของ Studio Drummer ที่อัด sample กันที่ห้องอัด Teldex studio ในเมือง Berlin ประเทศเยอรมนี ผมแอบนั่งอมยิ้มอยู่แป๊ปนึงตอนที่คุณ Udo พูดถึงมือกลองที่มาอัด sample ทุกคนจะเหมือนๆกันหมด คือ มาวันแรกด้วยความกระตือรือล้น พอวันที่ 2 ก็เริ่มเบื่อ พอถึงวันที่ 3 ก็แทบจะไม่อยากอัดแล้ว … นี่เขาพูดถึงแค่มือกลองนะ ถ้าเราคิดไปถึงคนที่เป็น sound engineer คงจะยิ่งเบื่อกว่าหลายเท่า ที่ต้องมานั่งอัด sample เป็นพันๆหมื่นๆชิ้น ไหนจะต้องมาจัดระเบียบไฟล์ให้ถูกต้อง และตามไป edit ไฟล์อีก

more info : Native Instruments Studio Drummer

Line6 POD Farm 2.5 : hardware-independence and FREE

More than 10 years ago, Line6 led the industry with POD, a guitar-amp simulator. It’s been widely used more and more by guitarists around the world. This kind of feature was added into numbers of guitar multi-effect pedal board. But this was in the hardware world.

Another side in the world of software, there was Amp Farm. And there were many software developers come down to this battle; IK’s Amplitube, NI’s Guitar Rig, Softube’s Amp Room, to name a few. This has been a competitive battle. Line6, as the leader in hardware side, hesitated to join this battle field. Some features were added into POD product line, such as software editor and also the add-on feature to combine POD product with Propellerhead Record, but there was no hardware-free product from Line6.

POD Farm is the software plugin from Line6 but it still needs Line6 product as a dongle. Until the latest update, POD Farm v2.5, now POD Farm is “hardware independence”. It can be use with any audio interface, as a standalone software or AU-RTAS-VST plugin.

Moreover, POD Farm is available for FREE! We can download it from Line6 website, install and use it rightaway. This free version of POD Farm comes with a limited model set. That’s ok, because this kind of limited-model free version is a normal way for marketing. The Fender Blackface and Marshall amps are only 2 amps available in the free POD Farm, IMO it’s good and reasonable for a free software.

Check it out here; http://line6.com/podfarm/

Propellerhead Reason 6 : when Reason and Record unite

Reason 5 and Record 1.5 were announced in 2010. They were interesting, but I thought it would be better if these 2 products from Propellerhead are merged into one. One year later, Reason 6 announced! now Reason and Record unite … in 64bit

Besides Reason 6, Propellerhead also announce Reason Essential and Balance (audio interface). These all will be available September 30, 2011. $449 for Reason6 is not bad though.