update from AES 2008

งาน AES Convention ครั้งที่ 125 ประจำปี 2008 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2-5 ตุลาคม ที่ San Francisco มีของอะไรต่อมิอะไรออกมาเต็มไปหมด เดี๋ยวจะเอามารวมไว้ใน post นี้อันเดียวละกัน คงเอาเฉพาะที่ผมรู้สึกสนใจ ค่อยๆทำเป็น live update กันไปเรื่อยๆครับ บางตัวผมอาจจะเขียนถึงไปก่อนหน้านี้แล้ว แต่ก็เอามารวมๆไว้นี่แหละ ถือว่าเปิดตัวมาในงาน AES 2008 นี้เหมือนกัน

ทีแรกคิดไว้ว่าจะเลิกเขียนข่าว audio แล้วนะเนี่ย แต่พอเจอพวก event ใหญ่ๆที่มีของเล่นเปิดตัวเยอะๆนี่ก็ทนไม่ไหว ขอเกาะติดกระแสโลกก่อนดีกว่า :D

เริ่มที่ตัวแรกกับความร่วมมือครั้งใหญ่ของ Cakewalk-Roland ที่ทีแรกดูท่าทางนึกว่าจะแตกคอกันไปแล้ว ของใหม่นี่เห็นหน้าตาแล้วเรียกว่าทำเอาอึ้งไปเลยกับ V-Studio 700

Continue reading

STOP illegal software

เห็นข่าวนี้มาจาก Duocore.tv ว่าจะมีการปราบปราม software ผิดกฎหมายอย่างจริงจัง โดย D-Day กันวันที่ 15 ต.ค. 51 นี้ มีการนับถอยหลังด้วยที่เวป http://www.stop.in.th/ เป็นปัญหาใหญ่ที่น่าใส่ใจนะครับ พอลิขสิทธ์จริงจังกันมากขึ้น ต้นทุนแฝงจากลิขสิทธิ์ก็น่าจะได้รับการยอมรับจากผู้ว่าจ้างซะที

ทางออกหนึ่งที่ผมและหลายๆคนกำลังใช้อยู่ก็คือการหันมาใช้ free/open source software ซึ่งเดี๋ยวนี้มีออกมาให้เลือกเยอะและตอบความต้องการได้ดี แต่ปัญหาที่ผมเจออยู่ก็คือการปรับตัว เราชินกับ software ที่ใช้มาก่อน พอจะต้องมาเปลี่ยนก็คงต้องปรับตัวกันพอสมควร ทั้งระบบการทำงาน , shortcut , และข้อจำกัดที่ต่างไปของ software

ตอนนี้เหลือเวลาปรับตัวกันอีกแค่ 21 วันเองนะครับ :)

ข่าวจาก : http://duocore.tv/story.php?id=6560
ข้อมูลเพิ่มเติมที่ : http://www.stop.in.th/

Software Control for Alesis Micron

ผมไม่ได้ใช้ Alesis Micron รู้แค่ว่าเสียงมันน่าสนใจมากจากการอ่าน review ตามนิตยสาร Micron ใช้ engine เดียวกันกับ Ion ที่เป็นรุ่นใหญ่กว่า 61key มี knob เต็มไปหมด ต่างกับตัว Micron เองที่มี 3 knob ตรงนี้เลยมีคนเขียน software ขึ้นมาเพื่ออุดช่องโหว่ตรงนี้

มันดูเป็นเรื่องที่น่าสนใจมากเลยสำหรับผม ที่ได้เห็นการต่อยอด product ด้วย user เพื่ออุดในสิ่งที่ทางค่ายผู้ผลิตไม่ทำมาให้ (ตรงนี้ต่างจากกรณี WiiMote ที่ทางผู้ผลิตตั้งใจให้เอาไปต่อยอดได้) ตัว Software Contral สำหรับ Alesis Micron เขียนโดยทีม Retroware ใช้ชื่อ program ว่า MicronAU ข่าวบอกว่าสำหรับ Mac เท่านั้น (ผมก็เดาว่างั้นเพราะชื่อมัน AU :) ) คุณสมบัติมันก็คือเป็น plugin ที่เรียกขึ้นมาใน DAW แล้วปรับแต่ง parameter ต่างๆตรงมาที่ตัว Micron ได้เลย โดย setting ต่างๆจะถูก save อัตโนมัติไปพร้อมๆกับตอนที่ save project ใน DAW และยิ่งกว่านั้นถ้า DAW ที่ใช้สามารถบันทึก automation ได้ ก็จะสามารถควบคุม automation ของ parameter บน Micron ได้ด้วย สุดๆจริงๆ

จริงๆ software แบบนี้มักจะมีแถมมากับ synth หลายๆรุ่น เหมาะสำหรับ production ที่ใช้ plugin instrument เพราะมันจะทำตัวเหมือนเป็น virtual instrument ตัวนึงเลยโดยไม่ต้องมาปรับๆหมุนๆบนตัว hardware และถึงแม้ว่า MicronAU ก็ไม่ใช่ software ตัวแรกที่มาจาก user เพื่อต่อยอด product แต่ถ้ามีใครทำขึ้นมา ก็น่าจะสนับสนุนกัน

ข้อมูลเพิ่มเติมที่ http://mysite.verizon.net/retroware/
ข่าวจาก SonicState.com

Camel Audio : Alchemy

อลังการงานสร้างล่าสุดจากค่ายคุณอูฐ Camel Audio ที่ห่างหายจากการออก product ใหม่ๆไปนาน ของใหม่ชิ้นนี้ใช้ชื่อว่า Alchemy ที่จะออกมาวางตลาดในช่วง autumn 2008 (ใครรู้บอกผมหน่อยสิว่า autumn ของอเมริกาเนี่ยมันช่วงเดือนไหน) ทีมอูฐใช้เวลากว่า 4 ปีในการสร้าง product ที่เคลมตัวเองว่าเป็น “the ultimate sample manipulation synthesizer” ที่ได้รวบรวมเอาทั้ง additive, spectral, granular, sampling และ virtual analog synth มาไว้ด้วยกัน แล้วยังจะ morph ได้อีกด้วย ส่วนประกอบอื่นๆทั้ง filter, effect, modulation ก็มีเขียนถึงไว้อย่างหวือหวามาก ข้อมูลเท่าที่ทาง Camel Audio เปิดออกมาตอนนี้ก็บอกว่า Alchemy จะมาพร้อมกับ samples ขนาด 2GB (สามารถ import SFZ, WAV, AIFF เข้าไปเพิ่มได้) รวมกันอีก 300 presets จากมือของ sound designer ระดับหัวแถว

ทีแรกผมมองว่า 2GB นี่ไม่ได้มากมายเทียบกับพวก samples ระดับบ้าพลังที่มากันหลายสิบGB แต่ผมลืมไปว่าพวกนั้นมัน sample playback ทั้งนั้นที่ใหญ่ๆ แต่นี่เป็นแค่ sample เล็กๆที่จะถูกเอามา manipulate ที่ให้มาถึง 2GB นี่ก็เรียกว่าไม่น้อยเลย เขียนถึงตรงนี้เริ่มนึกไปถึง Omnisphere จาก Spectrasonics จำไม่ได้ว่ารายนั้นให้ Sample library มาเท่าไหร่ แต่ถึงตรงนี้ก็เรียกได้ว่า Camel Audio ประสบความสำเร็จในการเรียกความสนใจจากผมแล้วแหละครับ ข้อมูล update อื่นๆน่าจะตามออกมาเรื่อยๆ ตอนนี้มีแค่ VDO ตัวเดียวให้ดูก่อน

ข่าวจาก Harmony Central

in love with Sound Forge

Sonic Foundry Sound Forge เป็นชื่อที่ผมได้ยินมาตั้งแต่เริ่มสนใจเรื่อง audio แต่ไม่เคยได้ใส่ใจเลย เพราะไม่เข้าใจว่า audio editing software สำคัญยังไง DAW มีดีกว่าตั้งเยอะ พอเริ่มๆจะเข้าใจมันขึ้นมาบ้าง DAW หลายๆตัวก็มีความสามารถตรงนี้เข้ามาจนไม่จำเป็นต้องใช้ external editor มาพ่วง จนเริ่มมาได้ใช้ Sound Forge บ้างก็ราวๆช่วง version 6 – 7 ซึ่งเป็นตอนที่ Sony เข้ามาซื้อไปจาก Sonic Foundry พอดี มาได้ใช้หนักๆก็คือช่วงที่ต้องทำงานเกี่ยวกับ audio edit โดยตรง ที่ได้ทำให้รู้ว่า Sound Forge มีดียังไง แล้วมันก็ดีมากๆซะด้วย

Sony Sound Forge 9.0 : screenshot

Sony Sound Forge 9.0 : screenshot

ช่วงที่ใช้งาน Sound Forge เยอะที่สุดก็ตอนที่มันเข้ามาเป็น version 9 ซึ่งเป็นจังหวะที่ Sony เปลี่ยนแปลงเรื่องของการ activate ทำให้ไม่สามารถใช้วิธี generate key แบบเดิมๆ ทำให้ v9 มีคนใช้ในแบบนอกกฎหมายน้อยลง หลายคนที่ยังใช้แบบเถื่อนอยู่ก็ยังต้องติดอยู่กับ version 8

ที่ผ่านๆมา Sony จะปล่อย minor update มาไล่ตั้งแต่ a b c ไปเรื่อยๆ ตอนนี้ล่าสุดเป็น 9.0e แล้วก็นิ่งอย่างนี้มาสักพักแล้ว ผมคิดว่าคงไม่น่าจะมี 9.0f ออกมาให้เห็น แต่คงจะเป็น v10 เลย ซึ่งก็จะยิ่งทำให้คนที่ยังติดอยู่กับ v8 โดนทิ้งไปเรื่อยๆ แต่จริงๆแล้วผมยังรู้สึกว่า v9 นี่ก็ครอบคลุมมากๆแล้ว ยังมองไม่เห็นเหมือนกันว่า V10 จะเป็นยังไง

อีกทางเลือกนึงก็คงจะต้องหันไปหา Adobe Audition ที่เน้นงาน audio editing เหมือนกัน แต่ครอบคลุมกว้างไปถึงงาน multitrack และกำลังพยายามค่อยๆเพิ่ม function สำหรับ music production อย่าง MIDI เข้าไปด้วย เร็วๆนี้อาจจะมีของใหม่ๆออกมาให้เห็นพร้อมๆกับชุด CS4 หรือเปล่าก็ไม่รู้ ที่แน่ๆ Adobe Soundbooth มาแน่กับ CS4 เพราะปล่อย beta มาแล้ว ผมยังไม่พูดถึง Soundbooth เพราะยังไม่เคยได้ใช้เลย แต่ไม่แน่เหมือนกัน มองๆอยู่ว่าอยากจับเอา beta มาทดสอบบ้าง

เขียนมาก็ไม่มีอะไรนักหรอกครับ พอดีเพิ่งได้กลับไปใช้ Sound Forge จบงานมานิดหน่อย ก็ยังรู้สึกรักเจ้าตัวนี้อยู่ เลยอยากมาบอกต่อๆกัน :)

Link : Sony Sound Forge

update : จริงๆตอนนี้ Sound Forge 9.0 version พันติ๊บก็มีออกมาสักพักใหญ่ๆแล้ว :P