Novation Nocturn : การใช้งานร่วมกับ Cubase / Nuendo

Novation เป็นอีกบริษัทหนึ่งที่ใช้งาน YouTube’s channel ได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีการทำ video แนะนำเกี่ยวกับ product ของตัวเองออกมาอย่างสม่ำเสมอ ล่าสุดที่ upload ขึ้นมาก็เป็นสาธิตการใช้งาน Novation Nocturn keyboard เพื่อควบคุม Cubase / Nuendo

Novation Nocturn : การใช้งานร่วมกับ Cubase / Nuendo

ใน video นี้จะเป็นการสาธิตการใช้งาน Novation Nocturn keyboard เพื่อควบคุมการทำงานของ Cubase (ซึ่งมีการทำงานเหมือนกับ Nuendo) โดยสามารถใช้ปุ่ม และ knob ต่างๆบน Nocturn keyboard ควบคุมได้ทั้ง transport , mixer รวมถึง VST plugin ทั้งที่เป็น instruments และ effects รวมถึง knob “Speed Dial” ที่เอาไว้ใช้ควบคุมอะไรก็ได้ เพียงแค่เอา mouse ไปวางไว้บนสิ่งที่ต้องการจะควบคุมบนหน้าจอ แล้วก็หมุน Speed Dial

Automap ช่วยให้การใช้งานง่ายขึ้นไปอีก

เมื่อใช้งาน Novation Nocturn keyboard คู่กับโปรแกรม Automap ของ Novation เอง ก็จะสามารถควบคุม function ต่างๆได้อย่างอัตโนมัติ โดยไม่ต้องไปนั่งสั่ง map ปุ่มต่างๆของ Nocturn สามารถใช้ควบคุมคำสั่งต่างๆบน mixer ไม่ว่าจะเป็น volume, pan, mute หรือ solo นอกจากนี้เมื่อเรียก VST plugin ขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นของ Cubase เอง หรือเป็น 3rd Party อย่างเช่นของ Native Instruments (NI) ระบบ Automap ก็จะจัดการ map ปุ่มควบคุมต่างๆบน Nocturn ให้เข้ากับ plugin นั้นๆได้อัตโนมัติ

ที่ชอบอีกอย่างของ Novation Channel บน YouTube ก็คือมันทำ video มาเป็น HD ซะด้วย ดูแล้วชัดเจนแจ่มแจ๋ว :)

http://www.youtube.com/user/NovationTV

Nuendo 5 : โปรแกรมสำหรับงานด้าน audio จาก Steinberg มาแล้ว!

Nuendo 5 – Advanced Post, Live and Audio Production System

Nuendo 5 เปิดตัวมาห่างจาก version4 อยู่ถึง 2ปีครึ่ง (Nuendo4 เปิดตัวในช่วงงาน AES 2007) และก็ทิ้งช่วงห่างจากคู่หูร่วมค่าย Steinberg อย่าง Cubase 5 ปีกว่าๆเหมือนกัน ก่อนที่ Nuendo5 จะออกมา หลายคนรวมทั้งผมก็จับตาดูว่า Steinberg จะวาง Nuendo5 ออกมาในรูปแบบไหน มาถึงวันนี้ (May 7) Nuendo5 เปิดรายละเอียดออกมาให้ดูกันแล้ว รวมถึง feature ใหม่ๆหลายอย่าง เลยขอมาเขียนถึง feature ใหม่ๆที่น่าสนใจในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานด้าน audio post-production

Nuendo 5 จะใช้ Quicktime เป็น video player

Nuendo 5 เลือกใช้ Quicktime เป็น native video player engine ด้วยเหตุผลที่ว่ามี performance ที่ดี และยังสามารถเล่น video ผ่านออกไปทาง Firewire ได้ด้วย สำหรับผมแล้วการเลือกใช้ Quicktime เป็นเรื่องที่น่าสนใจ ที่ผ่านมาผมเคยได้ใช้งาน Cubase3/Nuendo3 บน Windows มาและพบว่าการใช้งาน Quicktime video นั้นแทบจะทำงานไม่ได้เลย มันใช้พลัง CPU มากอย่างผิดปกติ แต่ในทางกลับกัน การใช้งานโปรแกรมอย่าง Pro Tools , Logic , Sountrack Pro และ Digital Performer บน Mac กลับใช้งาน Quicktime video player ได้อย่างดี และช่วยให้กำหนดมาตรฐานของ video file ที่ใช้ทำงานกันได้ง่าย ต่อมาพอได้ใช้งาน Cubase5 บน Windows ก็พบว่า Quicktime สามารถใช้งานได้จริง ไม่มีอาการกิน CPU ผิดปกติอย่างที่ผ่านมา ซึ่งถ้าตรงนี้ถูกพัฒนาขึ้นอีกและนำมาใช้งานใน Nuendo5 ก็จะดีมาก

ใน system requirement ก็ระบุไว้แล้วด้วยว่า ทั้ง Mac และ PC จะต้องติดตั้ง Quicktime 7.1

Marker List ที่สามารถ organize ได้เหมาะสมกับงาน audio post-production

marker list เดิมๆที่ใช้งานกันมาจนถึง Cubase5 นั้น แต่ละ marker จะบันทึกได้แค่ timecode และ description แต่ใน Nuendo5 นั้น แต่ละ marker จะสามารถใส่รายละเอียดเพิ่มเติมลงไปได้ เช่นถ้าดูจากรูปประกอบ จะเห็นว่ามีการระบุว่าเป็น VO (voice-over) สามารถใส่ Actor’s name รวมถึง dialog ลงไปได้อีกด้วย เหมาะสำหรับงาน ADR เป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้ในเวป Steinberg ยังพูดถึงความสามารถที่ในการอ่านไฟล์ EDL รวมถึงการ import-export spotting และ ADR list ออกเป็น CSV ผมก็ยังไม่เคยใช้งานทั้ง 2 feature ที่ว่านี้ อยากรู้เหมือนกันว่าจะเป็นอย่างไร

ใน Nuendo5 นั้น แต่ละ marker จะสามารถใส่รายละเอียดเพิ่มเติมลงไปได้

Clip Packages : จับ audio clip มามัดรวมกัน เพิ่มความสะดวกให้งาน sound design

ในการออกแบบเสียง เสียงแต่ละเสียงมักจะไม่ได้สร้างมาจากเสียงเพียงแค่เสียงเดียว แต่มักจะมาจากการนำเสียงต่างๆหลายเสียงมารวมกันด้วยวิธีต่างๆ เช่นตัดหัวต่อท้าย หรือการซ้อน layer เป็นต้น ระบบ Clip Packages จะช่วยจัดเก็บ clip เสียงย่อยๆเหล่านั้นเข้าด้วยกัน เพื่อเอามาใช้อีกในส่วนอื่นๆของ project

Clip Packages : จับ audio clip มามัดรวมกัน เพิ่มความสะดวกให้งาน sound design

MediaBay : ระบบ file management ที่ช่วยให้การทำงานง่ายขึ้น

จะว่าไปแล้ว ระบบ MediaBay นี่ทาง Steinberg ก็ใส่มาให้ตั้งแต่ Cubase4 เป็นต้นมา แต่ผมยังไม่ได้ลองใช้งานดูสักที พอมาถึง Nuendo 5 มันก็อาจจะไม่ใช่เรื่องใหม่แล้ว แต่สำหรับผมที่ยังไม่ได้ลองใช้ก็ยังคิดว่ามันเป็นเรื่องน่าสนใจอยู่ดี ในการทำงาน audio post-production ที่ต้องข้องเกี่ยวกับ sound effect library ขนาดมหึมา การจัดระเบียบเป็นสิ่งสำคัญมาก ระบบ library ของ Apple ที่ผมใช้ใน Soundtrack Pro นั้นทำงานได้ดีมาก แต่มันก็สามารถจัดการได้เฉพาะ library ของ Apple เอง software ที่มีชื่อเสียงทางด้านนี้ก็คือ Soundminer ที่ผมเองก็ยังไม่เคยลองอีกนั่นแหละ มาถึงตรงนี้อยากจะลองใช้งาน MediaBay เพื่อจัดการ SFX ต่างๆดูบ้างแล้วว่าใช้งานได้ดีขนาดไหน

MediaBay : ระบบ file management ที่ช่วยจัดระเบียบ sound effect library

Wave Meters : ช่วยแสดง waveform บน mixer

ยังไม่เคยเห็น feature นี้บน DAW ตัวไหนมาก่อน และเป็น feature ที่เพิ่มขึ้นมาเพื่อพัฒนา user experience โดย Wave Meters เป็นการนำ waveform มาแสดงอยู่บน channel บน mixer ซึ่งจะช่วยมากในการทำงาน audio post-production ที่บางครั้งต้องทำงานกับ channel นับร้อย แต่นี่ก็ทำให้เกิดคำถามในหัวผมอยู่ 2 ข้อ คือ 1) feature นี้จะใช้ resource ของเครื่องคอมพิวเตอร์มากขนาดไหน ดูแล้วคงใช้กำลังเครื่องพอสมควร 2) feature นี้จะช่วยทำให้ user experience ดีขึ้นจริงๆหรือเปล่า

ราคา และ กำหนดวางขายของ Nuendo 5

Steinberg เพิ่งจะเปิดเผยรายละเอียดของ Nuendo 5 ออกมาบนเวปไซท์เมื่อวันที่ 3 พฤษภา 2010 โดยเขียนถึงกำหนดการวางขายว่าจะเป็นสัปดาห์แรกของเดือนมิถุนายน 2010 และยังไม่เปิดเผยราคา เรื่องราคานี่เป็นเรื่องที่ผมอยากรู้มากว่าจะออกมาเป็นอย่างไร Nuendo4 นั้นมีราคาขายอยู่ที่ราว $1800 แต่ลองมองดู DAW อื่นๆในตลาดตอนนี้ราคาปรับลงมากันทั้งนั้น เริ่มที่ Logic ที่เปิดสมรภูมิราคาที่ $500 จนกระทั่งว่า Cubase ต้องปรับราคาตามลงมา Digital Performer และ Cakewalk Sonar ปัจจุบันก็ขายโดยมีเพดานอยู่ที่ $500 เช่นกัน ถึงจะแน่ใจว่า Nuendo5 ต้องตั้งราคาไว้สูงกว่า Cubase5 แน่ๆ แต่ผมก็ไม่คิดว่าราคา $1800 จะเป็นตัวเลขที่ขายได้ น่าจับตาดูครับ ถึงแม้ว่า feature ที่เพิ่มขึ้นมาจะดูน่าสนใจ แต่ผมก็ยังไม่คิดว่ามันจะสร้างความแตกต่างให้ตลาดได้มากนัก ราคาอาจจะเป็นไม้ตายของ Steinberg ที่จะใช้ขาย Nuendo5 ก็เป็นได้

MIDI notes in Cubase are getting recorded to the start of the MIDI clip

Steinberg Nuendo 3

Steinberg Nuendo 3

This has been my big problem for long time. I almost switched from Nuendo3 to other DAW because of it. At the end of the day, I thought Focusrite Saffire LE, my audio interface might be the cause of this problem. So I googled with these keyword; Saffire Cubase midi problem. One of the results is Focusrite’s Answerbase for this problem. I followed this page step-by-step, and it works! Now my Nuendo can record MIDI correctly. Though Focusrite Saffire LE isn’t a cause of this problem, I’ve to thank Focusrite for the helpful information in its Answerbase

http://www.focusrite.com/answerbase/en/article.php?id=236

If you are recording MIDI data into Cubase through the Saffire MIDI in port and find that it is all being recorded to the start of the MIDI clip then follow these steps to fix the problem:

  1. Update your version of Cubase to the latest version (updates available from www.steinberg.de).
  2. Browse to the Cubase SL/SX application folder (usually C:Program FilesSteinbergCubase SL/SX) and locate the folder “MIDI Port Enabler”.
  3. Open this folder.
  4. Pick the file “ignoreportfilter” and move it into the Cubase SL/SX application folder (one directory up).
  5. Start Cubase. You will now see ‘Focusrite Saffire’ and ‘Focusrite Saffire [Emulated]‘ as available MIDI ports.
  6. Select ‘Device Setup…’ from the ‘Devices’ menu.
  7. Go to the ‘Default MIDI Ports’ page and set ‘Focusrite Saffire [Emulated]‘ as both input and output.
  8. Go to the ‘All MIDI Inputs’ page and make sure ‘Focusrite Saffire’ is not active and ‘Focusrite Saffire [Emulated]‘ is activated (click on ‘Yes’ or ‘No’ in the ‘Active’ column to change it).
  9. Go to the ‘DirectMusic’ page and check the ‘Use System Timestamp’ box.
  10. Click ‘Apply’ and then ‘OK’ to exit Device Setup.

image credit : http://media.photobucket.com/image/nuendo3%20midi/pobmmm/Pleppy1/SteinbergNuendo3.jpg

Making of : PSP Netcast #2

ย้อนหลังกลับไปเมื่อปลายปี 2008 ที่ผ่านมา ช่วงที่ผมกับ @ohm4u และ @phz กำลังเริ่มทำ podcast กัน ตอนแรกสุดมีแค่ผมกับโอมคุยกัน และโอมรับหน้าที่เป็นคน edit แต่พอมาตอนที่ 2 ที่จิ๊กโก๋ทั้ง 3 คนอยู่กันครบ ผมรับหน้าที่เป็นคน edit เอง ตั้งแต่ผมเริ่มหัดทำ audio edit มา ยอมรับเลยว่างานนี้ถึกสุดๆจริงๆ

ขั้นตอนเบื้องหลังของ PSP Netcast ตอนที่2 นี้ต่างจากตอนแรกอยู่พอสมควร เริ่มจากปัญหาเรื่องเสียง delay ในการคุย 3 สายบน Skype ครั้งที่แล้วไม่มีปัญหา แต่คราวนี้พอคุยหลายคนเรื่องของ bandwidth เลยน่าจะเป็นปัญหา เฮีย Phz ให้ความเห็นไว้ว่าอาจจะเป็นเพราะเสี่ย Ohm เป็น host แต่ดันอยู่ไกลถึงปัตตานีโดยที่อีก 2 คนที่เหลืออยู่ใกล้กันแค่ระยะนั่งรถเมล์ 10 นาที คราวหน้าคงจะลองให้เฮีย Phz เป็น host ดูบ้างเพราะมี bandwidth สูงและยังอยู่ใกล้กับผมด้วย

Screenshot 1 : before editing

Screenshot 1 : before editing

การอัดเสียงคราวนี้ก็ใช้วิธีต่างคนต่างอัด ของใครของมัน ไมค์ใครไมค์มัน คอมใครคอมมัน และโปรแกรมใครโปรแกรมมัน โดยเสี่ย Ohm ใช้ Cakewalk Sonar , เฮีย Phz ใช้ Ableton Live และผมใช้ Steinberg Nuendo จากนั้นแต่ละคนก็ export เป็น mp3 ส่งมาให้ผมจับ sync กันทีหลัง งานผมเริ่มต้นที่การทำความสะอาดด้วย noise reduction กับ noise gate บน Sound Forge ก่อนเลย ผมชอบ noise reduction บน Sound Forge มากๆ โดยเฉพาะเวลาทำงานกับเสียงพูด จากนั้นค่อยยกทั้ง 3 เสียงไปวาง sync โดยตั้งใจไว้ว่าจะใช้ effect ที่เป็น freeware ทั้งหมดในการแต่งเสียงงานชิ้นนี้ รูป Screenshot 1 เป็นรูปในขั้นตอนที่เสียงจากทั้ง 3 คนถูกเอาไปวางขึ้นเขียงเตรียมรอหั่นบน Steinberg Nuendo 3 การใส่สีให้ต่างกันในแต่ละ track ช่วยให้การ edit สบายตาและลดความสับสนลงได้เยอะ

Screenshot 2 : after editing

Screenshot 2 : after editing

ปัญหาใหญ่ที่ทำให้ผมต้องซอยเสียงซะย่อยขนาดที่เห็นกันใน Screenshot 2 ก็คือเรื่องเสียง delay นี่แหละ ถ้าไม่แก้ก็ยังพอไหว แต่พอคิดถึงว่ามันยาวชั่วโมงกว่า ถ้าคนฟังต้องฟังแบบหน่วงๆไปตลอดคงเหนื่อย ก็เลยลงมือหั่น ใช้เวลามากอยู่เหมือนกัน แถมยังต้องนั่งฟังกันแทบทุกประโยค เพื่อให้ผลงานหลังจากการ edit ออกมาแล้วฟังลื่นเหมือนเป็นไม่ถูกตัดและต่อแบบบ้าระห่ำขนาดนี้ ถ้าสังเกตดูจะมีอีกหนึ่ง track อยู่ด้านล่างของทั้ง 3 tracks นั่นเป็น marker track ที่ใช้สำหรับใส่ marker ลงไปในจุดสำคัญต่างๆ แต่ละจุดเราจะสามารถเขียนระบุลงไปได้ว่ามันคืออะไร โดยจะเห็นรายละเอียดทั้งหมดได้ใน marker list ที่เห็นใน Screenshot 3

Screenshot 3 : marker list & effects

Screenshot 3 : marker list & effects

ใน Screenshot 3 จะเห็นว่า plugin ที่ผมใช้ในเป็น effect processor หลักๆเลยคือ Blockfish compressor ที่ insert ไว้ทั้ง 3 tracks และมี TLs pocket limiter ใส่ไว้ที่ master เพื่อกันไม่ให้สัญญาณแรงจน peak นอกจากนั้นก็มี ParisEQ ที่ใช้ตัด low-cut ใน track ของเสี่ย Ohm จากนั้นก็ export ออกมาเป็น WAV ก่อน แล้วใช้ iTunes ใส่ information ต่างๆ สุดท้ายก็ใช้ iTunes นี่แหละแปลงเป็น mp3 mono 64kbps ออกมาเป็นอันจบกระบวนการ

จริงๆแล้วอยากจะทำออกมาเป็น 2 version คือทั้งก่อนและหลังการหั่นอย่างบ้าดีเดือด จะได้เห็นกันชัดๆเลยว่าการ edit เสียงนี่มันช่วยอะไรได้เยอะมากๆ แต่ถ้าใครมาอ่าน blog ผมถึงตรงนี้แล้วอยากจะลองโปรแกรม Nuendo เนี่ย ขอสารภาพก่อนเลยว่าผมเลือกใช้อาวุธหนักเกินจำเป็นไปเอง จริงๆแล้วโปรแกรมชื่อ Cubase ที่มีหน้าตาถอดแบบกันมากับ Nuendo ก็สามารถใช้ได้อย่างไม่มีที่ติ เพราะมันมาจากบริษัทเดียวกัน แถมราคาถูกกว่าเยอะอีกด้วย

ผลงานจากแรงถึกของผมก็ออกมาให้ฟังกันเป็นแบบนี้น่ะครับ : PSP Netcast #2

ปล. ถ้าถามว่าทำไมผมต้องใช้ freeware เสริม ทั้งๆที่ Nuendo ก็มี plugin มาให้เยอะแยะมากมาย คำตอบคือ “ชิน” “ดี” และที่สำคัญคือ “สวย” ครับ

Making of : NBA Live 10 Debut Trailer [Sound Design Makeover]

รูป screenshot จากโปรแกรมที่ใช้ในการทำ NBA Live 10 : Debut Trailer [Sound Design Makeover] แบ่งให้ดูกันว่าผมใช้ Steinberg Nuendo 3 และ Reason 4 ช่วยกันในการทำเสียงประกอบให้กับ trailer ชิ้นนี้ ขอหมายเหตุไว้ตรงนี้ด้วยว่า plugin effect ทั้งหมดที่ใช้ในงานนี้เป็น freeware VST สำหรับ Windows ทุกตัว

Screenshot 1 : Nuendo 3

Screenshot 1 : Nuendo 3

รูปแรกเป็น screenshot จากโปรแกรม Nuendo3 บน Windows โดย video ที่ import เข้ามาครั้งแรกใช้เป็น WMV ที่ทำงานแทบไม่ได้ การ update ตำแหน่งเวลา edit ทำได้ช้าและไม่ sync กับเสียงที่วางลงไป ทำให้ต้องมาใช้เป็นไฟล์ AVI uncompressed ซึ่งทำงานได้ลื่นแต่ขนาดใหญ่มาก (30วินาที ขนาดซัดไป 800MB) จากนั้นจึงไปหาข้อมูลเพิ่มและได้อ่านบทความในหน้านี้ (http://knowledgebase.steinberg.net/253_1.html) ทำให้ตัดสินใจลองแปลงไฟล์เป็น AVI ที่ใช้ Intel Indeo Video codec ขนาดที่ได้ลดลงเหลือแค่ราวๆ 30MB และยังสามารถทำงานได้ลื่นมากบน Nuendo

Plugin ที่เป็น effect processor ทั้งหมดที่ใช้ในโปรเจคนี้เป็นของฟรีทั้งหมด (สนับสนุนของฟรีคุณภาพเยี่ยมครับ :D )

Screenshot 2 : Reason 4

Screenshot 2 : Reason 4

รูปที่สองเป็น screenshot จากโปรแกรม Reason4 ผมใช้ Reason4 พ่วงกับ Nuendo3 ด้วยการ ReWire โดย Reason4 ถูกใช้เป็น Sampler และ Synthesizer ก่อนจะ export เสียงทั้งหมดเข้ามาเป็น audio clip ใน Nuendo เพื่อ mix ในขั้นตอนท้ายสุด