ผมเห็นข่าวนี้จากเวป MacRumors.com ผ่านทาง twitter ของ @USOproject เนื้อหาในข่าวคือมีเวปที่ชื่อว่า FinallyOnTheMac.com บนเวปมี video อยู่ตัวเดียว เป็น YouTube video ที่นำเสนอว่าบางสิ่งที่รอคอยมานาน กำลังจะมาอยู่บน Mac เนื่องจากผมก็ไม่คุ้นเคยกับเวปประเภท Rumors เลยไม่รู้ว่าเวปนี้น่าเชื่อถือขนาดไหน แต่ในเนื้อข่าว เขาก็แค่เขียนว่า เขาเชื่อว่านี่ Sony เป็นคนปล่อย clip อันนี้ และพอบอกว่าเกี่ยวกับด้าน video/audio production ก็ต้องเป็น Sony Sound Forge
ทำไมเรื่อง Sound Forge บน Mac ถึงน่าสนใจ
เหตุผลแรกก็คือ ผมใช้ Sound Forge ทำงานมานาน แต่เนื่องจากมันมีเฉพาะบน Windows ผมก็พยายามจะลองหา software ที่ทำงานแบบเดียวกันบน Mac ซึ่งตัวที่น่าสนใจก็มีอยู่ 2 ตัว ได้แก่ DSP-Quattro กับ Bias Peak … DSP-Quattro นั้นหน้าตาดี ทำงานได้ดีมาก แต่จุดที่ทำให้รู้สึกไม่ค่อยมั่นใจก็คือมันไม่มี major upgrade มาหลายปีมากแล้ว แต่ล่าสุดก็เพิ่งมาออก major upgrade เป็น version4 เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา
ในอีกมุมหนึ่งนั้น Bias Peak ดูหวือหว่ากว่า DSP-Quattro มากๆ มีการออก major upgrade อย่างต่อเนื่อง มีการออกรุ่นแยกย่อยต่างๆมากมาย รวมถึงมี iOS app ออกมาด้วย แต่อยู่ดีๆเมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ทางบริษัท Bias ก็ออกมาประกาศยุติกิจการแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย และไม่ให้เหตุผลใดๆ ทำเอาคนงงกันไปหมด ทำให้ในตลาดตอนนี้เหลือทางเลือกที่น่าสนใจอยู่แค่ DSP-Quattro พอมีข่าวออกมาว่า Sony SoundForge กำลังจะมาลงบน Mac ก็เลยทำให้ผมคิดต่อไปว่า การมาของ Sony SoundForge นั้น เกี่ยวข้องอะไรกับการจากไปอย่างเงียบๆของ Bias Peak ด้วยหรือเปล่า

ย้อนอดีต Sound Forge
ย้อนกลับไปเมื่อตอนที่ผมเริ่มสนใจเรื่องของ audio production ช่วงแรกๆ Sound Forge เป็นโปรแกรมด้าน audio editing ของบริษัท Sonic Foundry โดยบริษัทเดียวกันนี้ยังมี software อีก 2 ตัวที่มีชื่อเสียงมาก ได้แก่ Acid ที่เป็นโปรแกรม music production ประเภทสร้างเพลงจาก loop และอีกตัวหนึ่งคือ Vegas ที่เป็นโปรแกรมตัดต่อ video โดยโปรแกรมทุกตัวที่ว่ามาของ Sonic Foundry ทำงานบน Windows เท่านั้น
ต่อมา Sony ก็เข้ามาเหมาซื้อ software ทั้งหมดนี้จาก Sonic Foundry และนำไปแปะชื่อเป็น Sony Sound Forge, Sony Acid, Sony Vegas รวมถึงพัฒนาต่อมาเรื่อยๆ ทุกอย่างก็ยังคงอยู่บนข้อจำกัดเดิม คือทำงานบน Windows เท่านั้น ถ้าข่าวเรื่อง SoundForge บน Mac เป็นเรื่องจริง อีกไม่นานเราก็อาจจะได้เห็น Acid และ Vegas บน Mac ด้วยก็เป็นได้













