Mobile Apps for JAZZRADIO.com

หลังจากที่เคยเขียนถึง JazzRadio.com สถานีวิทยุบนอินเตอร์เนทสำหรับคนชอบฟังเพลง jazz ไปแล้ว เมื่อไม่กี่วันก่อนผมก็เพิ่งสังเกตเห็นว่า เขามีส่วนของ Mobile Apps เพิ่มขึ้นมาแล้วด้วย ซึ่งก็แน่นอนว่าผมต้องรีบเข้าไปหาดูว่ามี app สำหรับ iPod Touch ของผมหรือเปล่า

ณ ตอนนี้ Mobile Apps ของ JazzRadio.com นั้นมีข้อมูลโดยแบ่งสำหรับแต่ละ platform ตามนี้ครับ

  • iOS : ตอนนี้มี app ชื่อ JazzRadio.com เปิดให้โหลดได้ฟรีบน iTunes store แล้วครับ ใช้ได้กับทั้ง iPhone, iPad และ iPod Touch
  • Android : ตอนนี้ก็มี app บน Android ออกมาให้ใช้แล้วเหมือนกัน แต่ยังมีสถานะเป็น BETA ยังไม่ใช่ official release
  • BlackBerry : คาดว่าจะออกในช่วงเดือนมกราคม 2011
  • Nokia, WebOS, Win7 : ยังต่อรอการยืนยันหลังจาก version สำหรับ Blackberry ออกมาแล้ว
Mobile Apps for JAZZRADIO.com

Mobile Apps for JAZZRADIO.com

JAZZRADIO.com on iPod Touch

ยังไม่นับว่าเป็นรีวิวนะครับ เพราะเพิ่งจะเปิดฟังไปได้ไม่เท่าไหร่เอง การใช้งาน app ก็ไม่มีอะไรยุ่งยาก มันเหมือนๆกับการฟัง JazzRadio.com บนหน้าเวปน่ะแหละครับ คือเปิดเข้ามาก็เลือกช่อง (channel) ว่าอยากจะฟังเพลง Jazz ในแบบไหน สไตล์ไหน จากนั้น app มันก็จะเริ่มโหลดเพลงมาให้เราฟัง ง่ายๆแค่นั้นแหละ

และเนื่องจากการใช้งาน iDevice อย่าง iPod Touch , iPad หรือ iPhone นั้น บางอุปกรณ์สามารถเชื่อมต่อได้ทั้ง 3G/EDGE และ WiFi ในตัว app ของ JazzRadio.com ก็มีให้เลือกได้ว่า ต้องการจะฟังเพลงด้วย bandwidth ขนาดเท่าไหร่บ้างสำหรับการเชื่อมต่อแต่ละแบบ โดยมีให้เลือก 2 แบบ ได้แก่ Low (40k HE-AAC) และ Medium (64k HE-AAC) เนื่องจากเครื่อง iPod Touch ที่ผมใช้อยู่มันสามารถเชื่อมต่อได้แค่ WiFi อย่างเดียว ฉนั้นผมก็เลยตั้งไว้ให้เป็น Medium สำหรับ WiFi ส่วน 3G/EDGE นั้นผมไม่สนใจ :)

download iPhone app สำหรับ JazzRadio.com ได้ที่นี่ครับ
http://itunes.apple.com/us/app/jazzradio-com/id387675255?mt=8

JazzRadio.com : สถานีวิทยุเพลงแจ๊ส บนอินเตอร์เนท

การเปิดเพลงคลอไปด้วยในขณะที่นั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์นั้น สำหรับผมเป็นเรื่องที่ช่วยในเรื่องของการสร้างบรรยากาศในการทำงานอย่างมาก สำหรับคนที่ชอบดนตรี Jazz ในทุกๆแบบ ผมอยากแนะนำสถานีวิทยุบนอินเตอร์เนท JazzRadio.com

ขอให้เครดิตไว้ตรงนี้ก่อนว่าคนที่แนะนำให้ผมรู้จัก JazzRadio.com คือพี่เม่น (@iMenn) การใช้งานนั้นไม่ได้ยากอะไรเลย เพียงแค่เปิด browser แล้วเข้าไปที่ http://www.jazzradio.com พอเห็นหน้าแรกแล้วก็จะเข้าใจได้ไม่ยาก ณ ตอนนี้บนหน้าแรกนั้นมีสถานีย่อยๆให้เลือกฟังตามแนวย่อยๆของ Jazz อยู่ทั้งหมด 24 สถานี ตัวอย่างเช่น Trumpet, Guitar , BeBop , Smooth , Hard Bop และ Swing & Big Band เป็นต้น

JazzRadio.com : สถานีวิทยุเพลงแจ๊ส บนอินเตอร์เนท

JazzRadio.com : สถานีวิทยุเพลงแจ๊ส บนอินเตอร์เนท

JazzRadio.com : สถานีเพลง Jazz ฟังเพลงฟรี บน internet

จริงๆแล้ว JazzRadio.com มีให้เลือกใช้งาน 2 แบบ คือแบบฟรี และแบบเสียเงิน (premium) การใช้งานแบบฟรีนั้น คุณภาพเสียงจะอยู่ที่ 40kbps ในรูปแบบของ AAC-HE ซึ่งถือได้ว่า ok สำหรับการฟังจากลำโพงคอมพิวเตอร์ทั่วไป ตอนนี้ผมกำลังเขียน blog และฟังเพลงจาก JazzRadio.com ผ่านลำโพงมอนิเตอร์ที่คุณภาพดีสักหน่อย ทำให้ฟังออกว่าคุณภาพต่ำกว่าระดับมาตรฐาน CD แต่ก็ถือว่ารับได้ เพราะเป็นของฟรี และฟังเพื่อเป็นบรรยากาศในการทำงาน และข้อดีคือการ stream ข้อมูลจะต่ำ ไม่ไปรบกวนการทำงานที่ต้องใช้การเชื่อมต่อ internet ที่มีการรับ-ส่งข้อมูลเยอะๆ

ถ้าจ่ายเงินปีละ $45 เพื่อเป็นสมาชิกแบบ Premium กับทาง JazzRadio.com ก็จะสามารถเลือกฟังเพลงในรูปแบบที่คุณภาพดีกว่า เช่น MP3 192kbps และ AAC 128kbps ได้ แต่ผมก็ไม่เคยลองว่าการ stream ข้อมูลขนาดนี้จากต่างประเทศจะทำให้การฟังเพลงสะดุดหรือเปล่า

JazzRadio.com : ฟังเพลงถูกกฎหมาย และไม่เสียเงิน

ผมไม่ใช่แฟนเพลง Jazz ประเภท hardcore ฉนั้นสถานีที่ฟังง่ายๆและสร้างบรรยากาศการทำงานให้คึกคักได้ดีอย่าง Smooth Uptempo จึงเป็นสถานีโปรดของผม เพลง Jazz ดีๆจากศิลปินที่มีชื่อเสียงอย่าง Spyro Gyra และ Jeff Kashiwa รวมถึงเพลงดีๆจากศิลปินคนอื่นๆที่คงจะดังแต่เราไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน จะถูกเปิดให้ฟังอย่างต่อเนื่อง ช่วยเปิดมุมของการฟังเพลงให้กว้างขึ้น

ผมคิดไว้แล้วว่าคงไม่จ่ายเงิน upgrade ขึ้นไปเป็น premium เพราะรู้สึก ok อยู่แล้วกับการใช้งานในระดับนี้ ไม่ต้องขนเพลงใส่ harddisk เอาไว้เยอะ แค่มีอินเตอร์เนทความเร็วสูงก็มีเพลงสำหรับสร้างบรรยากาศในการทำงานได้แล้ว

JazzRadio.com : ฟังเพลงถูกกฎหมาย และไม่เสียเงิน

JazzRadio.com : ฟังเพลงถูกกฎหมาย และไม่เสียเงิน

JazzRadio.com : สามารถใช้งานได้กับ Winamp, iTunes, WMP ด้วย

โดยปกตินั้น ผมจะเปิดฟัง JazzRadio.com จากหน้า browser เป็นหลักเลย เพราะง่ายดีเพียงแค่มี Flash Player ติดตั้งเอาไว้ แต่สำหรับคนที่อยากฟังผ่านโปรแกรมฟังเพลงตัวอื่นอย่าง Winamp , iTunes หรือ Windows Media Player ก็สามารถทำได้ อย่างตอนนี้ผมลองเปิดฟังผ่าน music player ตัวโปรดอย่าง Foobar 2000 ก็สามารถฟังได้ตามปกติ

สำหรับใครที่ชอบฟังเพลง Jazz อยากหาสถานีวิทยุที่เปิดเพลง Jazz ดีๆให้ฟัง มีหลาย style ให้เลือก และที่สำคัญคือไม่มีโฆษณา หรือ DJ มาพูดคั่นให้เสียอารมณ์ ผมแนะนำ JazzRadio.com อย่างแรงๆเลยครับ

Read it later ที่เป็น Firefox add-on ใครใช้อยู่ลองดูหน่อย

Read it later เดิมทีเป็น add-on บน Firefox ที่ช่วยให้เรา bookmark หน้าเวปที่น่าสนใจแต่ยังไม่อยากอ่านในทันที โดยเพียงแค่ click เครื่องหมายติ๊กถูกที่ท้าย URL แล้ว URL นั้นก็จะถูกเก็บไว้ใน reading list ที่เรียกดูได้ในภายหลัง และเมื่ออ่านเสร็จแล้วก็ติ๊กเอาเครื่องหมายถูกออก URL นั้นก็จะออกจาก list ไป

ผมใช้ add-on ตัวนี้แล้วก็ชอบมาก เวลาท่องเวปไปเรื่อยๆแล้วเจออะไรที่น่าสนใจแต่ยาวเกินกว่าจะอ่านตอนนั้นก็จะใส่ read it later เอาไว้ แต่มีปัญหาอยู่ตรงที่ว่าผมใช้ computer 2เครื่อง จะทำยังไงให้ Read it later มัน sync กัน ในขณะนั้น Read it later มีวิธีการทำงานคือมันจะสร้าง bookmark folder ที่ชื่อว่า Read it later เอาไว้ใน FireFox เพื่อ bookmark URL ที่เราเลือกว่าจะเก็บไว้อ่านทีหลัง และ URL ไหนที่ถูกติ๊กว่าอ่านแล้วก็จะถูกลบออกจาก folder นี้ไป ฉนั้น การที่ผมมี Xmarks (ชื่อเดิมคือ FoxMarks) ที่ทำหน้าที่ sync bookmark ทุกอันอยู่แล้ว ก็ทำให้ URL ใน Read it later ถูก sync ข้ามเครื่องตาม Xmarks ไปด้วย สบายเลย และก็ใช้วิธีนี้มาตลอด

Read it later

ต่อมาเมื่อไม่นานนี้ Read it later add-on มีการออก update ผมก็กด update ตามปกติ และก็สังเกตได้ว่าหน้าตาเปลี่ยนไปเยอะ แต่การใช้งานยังเหมือนเดิม ก็เลยไม่ได้เอะใจอะไร จนเริ่มรู้สึกว่ามีปัญหาเรื่องการ sync ระหว่างเครื่องถึงได้มาสังเกตในรายละเอียดดูอีกที แล้วก็มาพบว่าการทำงานมันเปลี่ยนไป (อาจจะด้วยเพราะว่า Read it later ทำ iPhone app ด้วย) จากเดิมที่จะจัดเก็บ URL ทุกอย่างเอาไว้ใน bookmark folder ที่เป็น local อยู่ในเครื่อง เปลี่ยนมาเป็นการเก็บข้อมูลไว้บน cloud และต้องมีการ login

ที่เราไม่ได้รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงในทันที่ที่ update add-on ก็เพราะว่า Read it Later ทำการ auto sign-up ให้กับทุกๆเครื่อง นั่นหมายถึงว่า computer ทั้ง 2 เครื่องของผมก็มี login ของใครของมัน มันถึงได้ไม่ sync กัน ผมก็เลยเข้าไปที่เครื่องแรก แล้วทำการ Edit my account เปลี่ยน login name ให้เป็นชื่อตัวเองและเปลี่ยน password ให้จำง่าย จากนั้นก็ไปที่อีกเครื่องหนึ่ง จัดการ log out ให้เรียบร้อยจาก Read it later ก่อน แล้ว sign in กลับเข้าไปอีกทีด้วย username / password ที่ edit ไว้จากเครื่องแรก แค่นี้ก็ sync กันเรียบร้อย

มาเขียนบันทึกเอาไว้เฉยๆ แต่ถ้ามีประโยชน์กับคนอื่นๆบ้างก็คงจะดีไม่น้อยครับ

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า … จะ update อะไรก็หัดอ่านรายละเอียดเขาซะหน่อยก็ดี

more info : http://readitlaterlist.com/

me and Ubuntu

Linux ในช่วงแรกๆสำหรับผมถือเป็นเรื่องไกลตัวมากๆ ไกลจนไม่คิดว่าชาตินี้จะมีความเกี่ยวข้องกับมัน จนต่อมาได้ยินชื่อของ Ubuntu ว่าเป็น Linux ที่มี GUI เอื้อให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น ด้วยความอยากในตอนนั้น (ราวๆ v6-7) ก็เลยลองโหลดมา พอมา install เสร็จ เปิดดูแล้วก็ปิด uninstall ออกก็แค่นั้น เพราะไม่รู้จะใช้มันทำอะไร จนมาในช่วงหลังที่หันมาสนใจเรื่องราวของ IT มากขึ้น ทำให้รู้ว่าสิ่งหนึ่งที่ต่างจากโลกของคนใน computer สำหรับงาน audio นั้นก็คือ โลกนี้ไม่ได้มีแค่ Mac กับ Windows Continue reading

late news in magazine

เมื่อบ่ายที่ผ่านมาได้ไปเดินที่ร้านขายหนังสือ เห็นมี magazine ที่เกี่ยวข้องกับเรื่อง digital audio วางอยู่บนชั้น 2 เล่ม ก็เลยหยิบมาเปิดอ่านดู ผมไม่ได้ซื้อนิตยสารลักษณะนี้อ่านมาสักระยะแล้ว ด้วยความที่เป็นคนติดตามอ่านข่าวใหม่ๆทาง internet อยู่ตลอด ฉนั้นข้อมูลที่ผมรับอยู่ทุกวันก็น่าจะ update กว่าที่เห็นจากใน magazine ในส่วนของ hot news แน่นอน ถึงเนื้อหาในส่วนอื่นๆก็ยังมีความน่าสนใจอยู่ แต่โดยส่วนตัวแล้วผมก็ยังชอบที่จะติดตามอ่านจาก magazine ต่างประเทศรายเดือนมากกว่า

magazine 2 เล่มที่ผมหยิบดูก็คือ Computer Music ของ Prart Music Group และ Total Sound ของคุณโยธิน ฉบับเดือน September 2008 ทั้งคู่ จุดที่ผมเจอแล้วรู้สึกว่าอยากจะเขียนถึงก็คือข่าวของ GigaStudio ทั้งสองเล่มมีข่าวของ Gigastudio ทั้งๆที่ Tascam ประกาศหยุดพัฒนา GigaStudio ไปแล้วเมื่อราวๆปลายเดือนกรกฎาคม ผมยังมองในแง่ดีอยู่ว่าทั้งสองเล่มก็คงอยากจะเสนอข่าวที่ใหม่ แต่ด้วยขั้นตอนการทำหนังสือที่ต้องมีระยะเวลาการเตรียมงานทำให้ข่าวดูช้าไปมาก เทียบกับการอ่านข่าวสารทาง internet มันย่อมเร็วกว่าแน่นอนอยู่แล้ว

คิดไปคิดมา อะไรที่เจอวันนี้มันตอกย้ำจริงๆเลยว่าการรับข่าวสารทาง internet นี่เริ่มจะไม่ใช่ความได้เปรียบแล้ว แต่มันเป็นสิ่งจำเป็น

ปล. เนื้อหาข่าวใน Total Sound เป็นเรื่องประมาณว่า GigaStudio 4 ออกใหม่มาแล้ว ทั้งที่จริงๆมันก็ออกมาได้ระยะใหญ่ๆแล้ว ถ้าคนไม่รู้มาอ่านแล้วสนใจรีบไปหาซื้อเนี่ย เขาจะรู้ไหมว่าของที่เขาซื้อนั้นหยุดพัฒนาไปแล้ว

อ้างอิงข่าวเก่า : http://www.simplywit.net/2008/07/bye-bye-giga-studio