ย้อนหลังกลับไปเมื่อปลายปี 2008 ที่ผ่านมา ช่วงที่ผมกับ @ohm4u และ @phz กำลังเริ่มทำ podcast กัน ตอนแรกสุดมีแค่ผมกับโอมคุยกัน และโอมรับหน้าที่เป็นคน edit แต่พอมาตอนที่ 2 ที่จิ๊กโก๋ทั้ง 3 คนอยู่กันครบ ผมรับหน้าที่เป็นคน edit เอง ตั้งแต่ผมเริ่มหัดทำ audio edit มา ยอมรับเลยว่างานนี้ถึกสุดๆจริงๆ
ขั้นตอนเบื้องหลังของ PSP Netcast ตอนที่2 นี้ต่างจากตอนแรกอยู่พอสมควร เริ่มจากปัญหาเรื่องเสียง delay ในการคุย 3 สายบน Skype ครั้งที่แล้วไม่มีปัญหา แต่คราวนี้พอคุยหลายคนเรื่องของ bandwidth เลยน่าจะเป็นปัญหา เฮีย Phz ให้ความเห็นไว้ว่าอาจจะเป็นเพราะเสี่ย Ohm เป็น host แต่ดันอยู่ไกลถึงปัตตานีโดยที่อีก 2 คนที่เหลืออยู่ใกล้กันแค่ระยะนั่งรถเมล์ 10 นาที คราวหน้าคงจะลองให้เฮีย Phz เป็น host ดูบ้างเพราะมี bandwidth สูงและยังอยู่ใกล้กับผมด้วย

Screenshot 1 : before editing
การอัดเสียงคราวนี้ก็ใช้วิธีต่างคนต่างอัด ของใครของมัน ไมค์ใครไมค์มัน คอมใครคอมมัน และโปรแกรมใครโปรแกรมมัน โดยเสี่ย Ohm ใช้ Cakewalk Sonar , เฮีย Phz ใช้ Ableton Live และผมใช้ Steinberg Nuendo จากนั้นแต่ละคนก็ export เป็น mp3 ส่งมาให้ผมจับ sync กันทีหลัง งานผมเริ่มต้นที่การทำความสะอาดด้วย noise reduction กับ noise gate บน Sound Forge ก่อนเลย ผมชอบ noise reduction บน Sound Forge มากๆ โดยเฉพาะเวลาทำงานกับเสียงพูด จากนั้นค่อยยกทั้ง 3 เสียงไปวาง sync โดยตั้งใจไว้ว่าจะใช้ effect ที่เป็น freeware ทั้งหมดในการแต่งเสียงงานชิ้นนี้ รูป Screenshot 1 เป็นรูปในขั้นตอนที่เสียงจากทั้ง 3 คนถูกเอาไปวางขึ้นเขียงเตรียมรอหั่นบน Steinberg Nuendo 3 การใส่สีให้ต่างกันในแต่ละ track ช่วยให้การ edit สบายตาและลดความสับสนลงได้เยอะ

Screenshot 2 : after editing
ปัญหาใหญ่ที่ทำให้ผมต้องซอยเสียงซะย่อยขนาดที่เห็นกันใน Screenshot 2 ก็คือเรื่องเสียง delay นี่แหละ ถ้าไม่แก้ก็ยังพอไหว แต่พอคิดถึงว่ามันยาวชั่วโมงกว่า ถ้าคนฟังต้องฟังแบบหน่วงๆไปตลอดคงเหนื่อย ก็เลยลงมือหั่น ใช้เวลามากอยู่เหมือนกัน แถมยังต้องนั่งฟังกันแทบทุกประโยค เพื่อให้ผลงานหลังจากการ edit ออกมาแล้วฟังลื่นเหมือนเป็นไม่ถูกตัดและต่อแบบบ้าระห่ำขนาดนี้ ถ้าสังเกตดูจะมีอีกหนึ่ง track อยู่ด้านล่างของทั้ง 3 tracks นั่นเป็น marker track ที่ใช้สำหรับใส่ marker ลงไปในจุดสำคัญต่างๆ แต่ละจุดเราจะสามารถเขียนระบุลงไปได้ว่ามันคืออะไร โดยจะเห็นรายละเอียดทั้งหมดได้ใน marker list ที่เห็นใน Screenshot 3

Screenshot 3 : marker list & effects
ใน Screenshot 3 จะเห็นว่า plugin ที่ผมใช้ในเป็น effect processor หลักๆเลยคือ Blockfish compressor ที่ insert ไว้ทั้ง 3 tracks และมี TLs pocket limiter ใส่ไว้ที่ master เพื่อกันไม่ให้สัญญาณแรงจน peak นอกจากนั้นก็มี ParisEQ ที่ใช้ตัด low-cut ใน track ของเสี่ย Ohm จากนั้นก็ export ออกมาเป็น WAV ก่อน แล้วใช้ iTunes ใส่ information ต่างๆ สุดท้ายก็ใช้ iTunes นี่แหละแปลงเป็น mp3 mono 64kbps ออกมาเป็นอันจบกระบวนการ
จริงๆแล้วอยากจะทำออกมาเป็น 2 version คือทั้งก่อนและหลังการหั่นอย่างบ้าดีเดือด จะได้เห็นกันชัดๆเลยว่าการ edit เสียงนี่มันช่วยอะไรได้เยอะมากๆ แต่ถ้าใครมาอ่าน blog ผมถึงตรงนี้แล้วอยากจะลองโปรแกรม Nuendo เนี่ย ขอสารภาพก่อนเลยว่าผมเลือกใช้อาวุธหนักเกินจำเป็นไปเอง จริงๆแล้วโปรแกรมชื่อ Cubase ที่มีหน้าตาถอดแบบกันมากับ Nuendo ก็สามารถใช้ได้อย่างไม่มีที่ติ เพราะมันมาจากบริษัทเดียวกัน แถมราคาถูกกว่าเยอะอีกด้วย
ผลงานจากแรงถึกของผมก็ออกมาให้ฟังกันเป็นแบบนี้น่ะครับ : PSP Netcast #2
ปล. ถ้าถามว่าทำไมผมต้องใช้ freeware เสริม ทั้งๆที่ Nuendo ก็มี plugin มาให้เยอะแยะมากมาย คำตอบคือ “ชิน” “ดี” และที่สำคัญคือ “สวย” ครับ