Free plugins from Antress Modern Plugins

รู้จักค่าย Antress มาสักพักใหญ่ๆว่าเป็นผู้พัฒนา audio plugins ออกมาแจกฟรีในแบบ VST สำหรับ Windows แต่ผมก็ไม่เคยได้ลองเองสักที จุดเด่นของ Antress ในช่วงแรกๆนั้นน่่าจะเป็นเรื่องของหน้าตา GUI ที่ทำออกมาได้น่าสนใจ แต่พอวันนี้ลองแวะเข้าไปดูอีกที ผมกลับรู้สึกว่าเรื่องแสงเงาและความมีเสน่ห์ของ GUI เริ่มโดนค่าย Bootsy ทิ้งห่างออกไปทุกที

image credit & more info : http://antress.er-webs.com/

MCP

MAL

MDP2

MEQ

MET4

MFV

MLA5

MLim

MPMR

MSVS

ขั้นการการออกแบบ GUI ของ audio plugin

ตั้งแต่วันที่เริ่มต้นสนใจเรื่องของ software ที่เกี่ยวกับด้าน audio จนมาถึงวันนี้ ผมมีนิสัยอย่างนึงในการเลือกใช้ software ที่มีอยู่เต็มท้องตลาด ก็คือเน้น “สวย” มาก่อน “เสียง” มันไม่ใช่นิสัยที่ดีสักเท่าไหร่ แต่ทำไงได้ ก็มันชอบอย่างนี้จริงๆ เวลาเห็น software ที่มี GUI (graphical user interface) สวยๆแล้วมันทำให้รู้สึกอยากจะลองใช้ ลองกดโน่นกดนี่ไปหมด

เริ่มต้นตั้งแต่หัดใช้ Cakewalk 9 ยังไม่ทันจะใช้เป็นหรือรู้เรื่องอะไรเลย พอไปเห็นหน้าตาของ Cubase VST 5 ก็จัดการย้ายมาใช้ทันที เพียงเพราะว่ามันสวยกว่า แล้วก็ยังจำได้ถึงครั้งแรกที่เห็น GUI ของ PSP VintageWarmer ที่ดูหน้าตา vintage มากๆ มันหล่อบาดใจจริงๆ แล้วนิสัยนี้ก็ยังติดตัวเรื่อยมา จนถึงทุกวันนี้ก็เป็นอยู่ แต่ก็เริ่มมีข้อจำกัดมากขึ้น อย่างเช่น plugin ของ Waves ที่เดี๋ยวนี้หันมาทำ GUI แบบ vintage ให้กับ collection ใหม่ๆที่ออกมา มันสวยก็จริงนะ แต่ราคามันโหดมาก ครั้นจะไปหาของ crack มาใช้ก็ยังมีละอายใจอยู่นิดหน่อย

Density mkII : Teaser

Density mkII : Teaser

แต่สำหรับทางสาย freeware แล้ว บรรดา free VST plugin มีออกมาให้เลือกใช้มากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งบน Windows หลายค่ายทำออกมาได้ดีมากทั้งหน้าตา, คุณภาพเสียง และการใช้งาน ค่ายหนึ่งที่ต้องยกขึ้นมาพูดถึงทุกครั้งที่เขียนถึง freeware VST plugin ก็คือค่าย Bootsy (varietyofsound.wordpress.com) ให้เครดิตไว้ตรงนี้ว่าเฮียโป้ (bZero) เป็นคนแนะนำให้รู้จักค่ายนี้ ผมเองก็ใช้ของค่ายนี้อยู่หลายตัว ก็มันทั้งใช้งานได้ดี แล้วก็สวยด้วย

Thanks to individual layers, the graphics remains editable until the end

Thanks to individual layers, the graphics remains editable until the end

เมื่อกี้นี้เพิ่งอ่าน post นึงบน blog Variety of Sound เกี่ยวกับขั้นตอนการออกแบบ GUI ให้กับ Bootsy plugin โดยมีรูปประกอบเป็น Density mk2 อีกหนึ่ง free plugin ที่กำลังจะออกในเร็วๆนี้ เนื้อหาให้ภาพรวมของขั้นตอนการทำงานได้ดีมาก คือเริ่มจากการพูดคุยถึง concept ของตัว plugin ก่อน จากนั้นก็ทำการค้นหาข้อมูลจาก internet เพื่อดูรูปร่างหน้าตาของ hardware แบบต่างๆ รวมถึงเข้าไปดู website ของผู้ผลิตชิ้นส่วนต่างๆ เช่น LED หรือ knob แบบต่างๆ

จากนั้นเมื่อเขามี design คร่าวๆในหัวแล้ว ก็จะเริ่มออกแบบชิ้นส่วนต่างๆด้วยโปรแกรม 3d ทั้งขึ้นรูปและลง texture ในส่วนของ layout นั้นจะทำการแยกทำเป็น layer เพื่อง่ายต่อการแก้ไข เพราะในระหว่างการพัฒนาจะมีการแก้ไขอยู่ตลอด หลังจากนั้นก็จะมีการทำ animation สำหรับส่วนต่างๆที่จะมีการเคลื่อนไหว เช่น สวิทช์หรือ knob เมื่อ render ออกมาก็จะส่งต่อไปให้ programmer ทำการ integrate เข้าไปใน code ของ plugin

The Plug-In gets assembled from its parts

The Plug-In gets assembled from its parts

จากเดิมที่เป็นคนชื่นชมความงามของ GUI อยู่แล้ว พอมาเห็นเบื้องหลังอย่างนี้ยิ่งทำให้รู้สึกชื่นชมได้อย่างลึกซึ้งเข้าไปอีก สงสัยอีกหน่อยคงไม่ต้องใช้หูฟังหรือลำโพงทำงานแล้ว แค่เปิด plugin ขึ้นมานั่งมองแล้วก็เอาเม้าส์กด คลิกไปคลิกมา หมุนไปหมุนมา ก็มีความสุขแล้ว … ไอ้บ้า!

ที่มา : http://varietyofsound.wordpress.com/2009/08/20/patrick-speaks-the-density-mkii-ui-making-of/
รูปประกอบทั้งหมดจาก : http://varietyofsound.wordpress.com/

Making of : PSP Netcast #2

ย้อนหลังกลับไปเมื่อปลายปี 2008 ที่ผ่านมา ช่วงที่ผมกับ @ohm4u และ @phz กำลังเริ่มทำ podcast กัน ตอนแรกสุดมีแค่ผมกับโอมคุยกัน และโอมรับหน้าที่เป็นคน edit แต่พอมาตอนที่ 2 ที่จิ๊กโก๋ทั้ง 3 คนอยู่กันครบ ผมรับหน้าที่เป็นคน edit เอง ตั้งแต่ผมเริ่มหัดทำ audio edit มา ยอมรับเลยว่างานนี้ถึกสุดๆจริงๆ

ขั้นตอนเบื้องหลังของ PSP Netcast ตอนที่2 นี้ต่างจากตอนแรกอยู่พอสมควร เริ่มจากปัญหาเรื่องเสียง delay ในการคุย 3 สายบน Skype ครั้งที่แล้วไม่มีปัญหา แต่คราวนี้พอคุยหลายคนเรื่องของ bandwidth เลยน่าจะเป็นปัญหา เฮีย Phz ให้ความเห็นไว้ว่าอาจจะเป็นเพราะเสี่ย Ohm เป็น host แต่ดันอยู่ไกลถึงปัตตานีโดยที่อีก 2 คนที่เหลืออยู่ใกล้กันแค่ระยะนั่งรถเมล์ 10 นาที คราวหน้าคงจะลองให้เฮีย Phz เป็น host ดูบ้างเพราะมี bandwidth สูงและยังอยู่ใกล้กับผมด้วย

Screenshot 1 : before editing

Screenshot 1 : before editing

การอัดเสียงคราวนี้ก็ใช้วิธีต่างคนต่างอัด ของใครของมัน ไมค์ใครไมค์มัน คอมใครคอมมัน และโปรแกรมใครโปรแกรมมัน โดยเสี่ย Ohm ใช้ Cakewalk Sonar , เฮีย Phz ใช้ Ableton Live และผมใช้ Steinberg Nuendo จากนั้นแต่ละคนก็ export เป็น mp3 ส่งมาให้ผมจับ sync กันทีหลัง งานผมเริ่มต้นที่การทำความสะอาดด้วย noise reduction กับ noise gate บน Sound Forge ก่อนเลย ผมชอบ noise reduction บน Sound Forge มากๆ โดยเฉพาะเวลาทำงานกับเสียงพูด จากนั้นค่อยยกทั้ง 3 เสียงไปวาง sync โดยตั้งใจไว้ว่าจะใช้ effect ที่เป็น freeware ทั้งหมดในการแต่งเสียงงานชิ้นนี้ รูป Screenshot 1 เป็นรูปในขั้นตอนที่เสียงจากทั้ง 3 คนถูกเอาไปวางขึ้นเขียงเตรียมรอหั่นบน Steinberg Nuendo 3 การใส่สีให้ต่างกันในแต่ละ track ช่วยให้การ edit สบายตาและลดความสับสนลงได้เยอะ

Screenshot 2 : after editing

Screenshot 2 : after editing

ปัญหาใหญ่ที่ทำให้ผมต้องซอยเสียงซะย่อยขนาดที่เห็นกันใน Screenshot 2 ก็คือเรื่องเสียง delay นี่แหละ ถ้าไม่แก้ก็ยังพอไหว แต่พอคิดถึงว่ามันยาวชั่วโมงกว่า ถ้าคนฟังต้องฟังแบบหน่วงๆไปตลอดคงเหนื่อย ก็เลยลงมือหั่น ใช้เวลามากอยู่เหมือนกัน แถมยังต้องนั่งฟังกันแทบทุกประโยค เพื่อให้ผลงานหลังจากการ edit ออกมาแล้วฟังลื่นเหมือนเป็นไม่ถูกตัดและต่อแบบบ้าระห่ำขนาดนี้ ถ้าสังเกตดูจะมีอีกหนึ่ง track อยู่ด้านล่างของทั้ง 3 tracks นั่นเป็น marker track ที่ใช้สำหรับใส่ marker ลงไปในจุดสำคัญต่างๆ แต่ละจุดเราจะสามารถเขียนระบุลงไปได้ว่ามันคืออะไร โดยจะเห็นรายละเอียดทั้งหมดได้ใน marker list ที่เห็นใน Screenshot 3

Screenshot 3 : marker list & effects

Screenshot 3 : marker list & effects

ใน Screenshot 3 จะเห็นว่า plugin ที่ผมใช้ในเป็น effect processor หลักๆเลยคือ Blockfish compressor ที่ insert ไว้ทั้ง 3 tracks และมี TLs pocket limiter ใส่ไว้ที่ master เพื่อกันไม่ให้สัญญาณแรงจน peak นอกจากนั้นก็มี ParisEQ ที่ใช้ตัด low-cut ใน track ของเสี่ย Ohm จากนั้นก็ export ออกมาเป็น WAV ก่อน แล้วใช้ iTunes ใส่ information ต่างๆ สุดท้ายก็ใช้ iTunes นี่แหละแปลงเป็น mp3 mono 64kbps ออกมาเป็นอันจบกระบวนการ

จริงๆแล้วอยากจะทำออกมาเป็น 2 version คือทั้งก่อนและหลังการหั่นอย่างบ้าดีเดือด จะได้เห็นกันชัดๆเลยว่าการ edit เสียงนี่มันช่วยอะไรได้เยอะมากๆ แต่ถ้าใครมาอ่าน blog ผมถึงตรงนี้แล้วอยากจะลองโปรแกรม Nuendo เนี่ย ขอสารภาพก่อนเลยว่าผมเลือกใช้อาวุธหนักเกินจำเป็นไปเอง จริงๆแล้วโปรแกรมชื่อ Cubase ที่มีหน้าตาถอดแบบกันมากับ Nuendo ก็สามารถใช้ได้อย่างไม่มีที่ติ เพราะมันมาจากบริษัทเดียวกัน แถมราคาถูกกว่าเยอะอีกด้วย

ผลงานจากแรงถึกของผมก็ออกมาให้ฟังกันเป็นแบบนี้น่ะครับ : PSP Netcast #2

ปล. ถ้าถามว่าทำไมผมต้องใช้ freeware เสริม ทั้งๆที่ Nuendo ก็มี plugin มาให้เยอะแยะมากมาย คำตอบคือ “ชิน” “ดี” และที่สำคัญคือ “สวย” ครับ

Propellerhead Record Open Beta

Record Open Beta

Prepellerhead has just announced a moment ago on Twitter that beta version of Record is now open for everyone. I’ve been invited by @theaudiogeek last week to be a beta tester of Propellerhead Record (thanks Jon). But now if anyone want to try Record, you don’t need an invitation.

Record Open Beta lets you download the RC4 version of Record and fully use it without limitations until the official release on Sep 9, 2009. The software itself is really nice and I love it. Please note that if you’ve Reason installed on your machine, you can use Reason’s modules inside Record. If not and you want to experience Record teamed up with Reason, you can download the demo of Reason and use it together. But, Record have to be in demo mode to work with Reason’s demo.

The latest part of Record Micro Tutorial is about setting up Record Open Beta. It shows what to do when you open Record for the first time.

As a Reason user, I’d like to recommend all Reason users to try Record, even you don’t want to record anything. The way Record handles instrements and effects helps you organize your messy Reason racks. Record racks and the gorgeous mixer benefit Reason users in many ways. Try it and you’ll love it.

Link : http://www.recordyou.com/