ท้าวความก่อนว่า ผมเองมีกีต้าร์ไฟฟ้าอยู่แล้วตัวนึง เป็น Squier Stratocaster ซึ่งไปเลือกซื้อมาเมื่อราว 10 ปีที่แล้ว แต่ช่วงนี้รู้สึกว่าอยากจะมีกีต้าร์ไฟฟ้าอีกสักตัว แค่อยากจะมีก็เท่านั้น ไม่มีเหตุผลประกอบอื่นๆเลย ช่วงนี้ก็เริ่มที่จะหาข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจ ก่อนจะลงมือเสียเงินอย่างเป็นทางการ
ถึงแม้ว่าผมจะไม่ได้เป็นคนที่เริ่มจากศูนย์ในการไปเลือกกีต้าร์ แต่ก็บอกได้อย่างเต็มปากว่าไม่ชำนาญเอาเสียเลย ตัวเองก็ไม่จัดเป็นคนกีต้าร์เสียด้วย จัดว่าเป็นเรื่องโชคดีอยู่อย่างนึง ที่พี่เอ ณ Pedals’ Park เพิ่งเขียนเรื่องการเลือกซื้อกีต้าร์ลงใน blog “The Gear Spot” ตรงนี้ผมเลยจับเอาเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับการเลือกซื้อกีต้าร์ตัวใหม่ซะเลย
หลังจากอ่านบทความทั้ง 3 ตอนของพี่เอเพื่อตั้งต้นไปเรียบร้อย ทีนี้ก็ถึงเวลาย้อนมาตั้งคำถามให้ตัวเองแล้วว่า กีต้าร์แบบไหนที่เราต้องการ
กีต้าร์ “แนว” ไหนที่ผมอยากได้
เมื่อตอนที่ผมซื้อ Squier Stratocaster ตอนนั้นได้รับการแนะนำจากพี่ที่ไปช่วยเลือกซื้อด้วยกันว่า ถ้าอยากจะเล่นกว้างๆก็เลือกเอา Stratocaster นี่แหละ ครอบคลุมมาก ซึ่งก็ถือเป็นคำแนะนำที่ดีมาก พอมาถึงการเลือกซื้อกีต้าร์ในครั้งนี้ ผมจะใช้ความต้องการตัวเองเป็นที่ตั้งก่อน แล้วค่อยๆขอคำแนะนำจากพี่ๆเพื่อนๆว่าควรจะไปลองดูกีต้าร์ตัวไหนบ้างที่เหมาะกับความต้องการ
ฝีไม้ลายมือในทางกีต้าร์ของผมนั้น จัดว่าอยู่ในระดับเริ่มต้นเอามากๆ เพื่อนฝูงที่พอจะนัดรวมวงมาซ้อมดนตรีกันก็ไม่มี ฉนั้นผมก็เลยเล่นคนเดียวอยู่ที่บ้านเป็นหลัก กีต้าร์ที่จะซื้อ ก็ควรจะเป็นกีต้าร์ที่เล่นคนเดียวก็สนุกได้ ซึ่งผมก็มองเป็นกีต้าร์ที่ให้เสียงออกแนวแจ๊ส กลมๆ นุ่มๆ เล่นคอร์ดอยู่คนเดียวก็ฟังสบายหู จากโจทย์นี้ ผมก็มีภาพของกีต้าร์ semi-hollow body ลอยขึ้นมา หรือเป็นกีต้าร์ solid-body ที่มี humbucking pickup ในตำแหน่ง neck ที่ให้เสียงนุ่มๆ
แต่ไหนๆจะจ่ายเงินซื้อกีต้าร์เพื่อเป็นรางวัลให้ตัวเองแล้ว ก็อยากจะขอให้มันสามารถตอบสนองความเป็นวัยรุ่นที่ยังเหลืออยู่ด้วยเสียงแตกโหดประมาณนึงสำหรับบางอารมณ์ที่อยากจะ rock กับเขาบ้าง จุดนี้นับเป็นข้อจำกัดอย่างนึงของ Stratocaster ของผมที่ pickup ตัว bridge เป็น single-coil มันจะจี่มากๆเวลาต่อกับ distortion นั่นก็สรุปได้อีกข้อแล้วว่า ผมอยากจะได้กีต้าร์ที่มี pickup ตัว bridge เป็น humbucker เริ่มเห็นกีต้าร์ตัวใหม่เป็นรูปเป็นร่างในหัวขึ้นมาบ้างแล้ว
กีต้าร์ “ต้อง” สวย และเข้ามือ
ยอมรับกันอย่างตรงๆว่า ถ้าถึงจุดที่ต้องเลือกระหว่าง “สวย” กับ “เสียง” ผมคงจะเลือก “สวย” มาก่อนแน่นอน เพราะผมเชื่อว่า การมีเครื่องดนตรีสวยๆตามที่เราชอบ มันจะทำให้เราอยากหยิบมันขึ้นมาเล่นบ่อยๆ แต่ “สวย” ของเราแต่ละคนไม่เหมือนกันหรอกครับ มันเป็นเรื่องของรสนิยม สำหรับผมตอนนี้ กีต้าร์สวยๆในหัวก็มีหลายแบบหลายทรง ที่แน่ๆคือคงจะไม่เอาทรง Stratocaster เพราะมีอยู่แล้ว Tele ก็อยากได้อยู่นะ แต่ดันไปชอบ body ของ Tele ที่เป็น American Deluxe เพราะด้านหลังของ body มันมีโค้งเว้ารับกับพุงพอดี ทรงดังๆของ Gibson อย่าง Les Paul และ ES335 ก็จัดว่าใช้ได้ ณ จุดนี้ผมคงยังไม่เลือกซื้อกีต้าร์ทรงแปลกๆแน่นอน เพราะคงจะลำบากมากตอนขายต่อ เน้นทรงมาตรฐานเอาไว้ก่อนดีกว่า
อีกเรื่องที่คือเรื่อง “เข้ามือ” ที่ผมเพิ่งมาตระหนักได้เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน วันนั้นผมแวะไปทักทายพี่ยอด ณ Pedals’ Park แล้วก็นั่งคุยอยู่ในร้าน ระหว่างคุยก็ทำเนียนไปคว้าเอาเบสที่วางอยู่มาเล่นตุ๊แหน่วตุ๊แหน่วไปด้วย ความรู้สึกที่ได้มันแปลกมาก คือผมรู้สึกได้ว่ามันเป็นเบสที่เล่นแล้วเพลินมือมากๆ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเสียงเลยเพราะผมยังไม่ได้เสียบตู้เลยด้วยซ้ำ ตรงนี้ทำให้ตระหนักเลยว่า ถึงจะมีกีต้าร์ที่สวยถูกใจ ยังไงก็ต้องไปลองเล่นดูก่อนว่าเข้ามือไหม ชอบหรือเปล่า
มี “งบ” เท่าไหร่
นี่เป็นอีกหนึ่งคำถามโคตรจะสำคัญ เพราะกีต้าร์ในท้องตลาดนั้นมีให้เราเลือกอยู่ตั้งแต่ราคาไม่กี่พันบาท ขึ้นไปจนถึงหลักแสน สำหรับผมเอง ผมตั้งเพดานงบประมาณครั้งนี้เอาไว้ที่ไม่เกิน 30000 บาท และได้แต่หวังว่า จะสามารถหาของที่ถูกใจได้ในราคาที่ต่ำกว่าเพดานนี้เยอะๆ
จบการบันทึกตอนแรกไว้ที่ตรงนี้ก่อน สรุปว่าตอนนี้ผมก็เริ่มมีไอเดียอยู่ในหัวแล้วว่าอยากได้กีต้าร์แนวไหน งบประมาณเท่าไหร่ จากนี้เดี๋ยวค่อยไปไล่ดูว่า มีกีต้าร์ตัวไหนบ้างที่ควรจะหยิบมาวางเป็นตัวเลือก



















