[ชวนคุย] Final Cut Pro X : ทิศทางของ Apple เริ่มน่าเป็นห่วง

Final Cut Pro X

รูปประกอบจาก http://www.apple.com/finalcutpro/

Apple เปิดตัว Final Cut Pro X มาให้โลกได้เห็นตั้งแต่เมื่อ 2-3 เดือนก่อนในงาน NAB 2011 ซึ่งเรียกเสียงฮือฮาได้มาก โดยอย่างแรกที่ทุกคนจะเห็นได้เลยก็คือการ re-design ใหม่หมดเพื่อให้หน้าตามันเหมือนกับ iMovie ความรู้สึกแรกของผมตอนที่ได้เห็น interface นั้นมีอคติแรงอยู่เหมือนกัน เพราะมันดูเป็นการเอาใจฐานลูกค้าที่ใช้ iMovie ที่เรียกได้ว่ามีจำนวนมาก

แต่หลังจากที่ได้ดูการ demo Final Cut Pro X ในงาน NAB 2011 แล้วก็มีความรู้สึกตื่นตาตื่นใจขึ้นมาแทน หลายๆ feature ดูน่าสนใจมาก เช่น magnetic timeline และระบบ media organizer แต่สิ่งที่ยังรู้สึกค้างคาอยู่ก็คือ App ตัวอื่นๆในชุด Final Cut Studio จะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรด้วยบ้างหรือเปล่า ณ เวลานั้นข้อมูลจากทาง Apple คงจะยังไม่เรียบร้อยดี แต่พอมาถึงเมื่อไม่กี่วันก่อน เมื่อ Final Cut Pro X ออกขายจริง ข้อสงสัยหลายๆอย่างแทนที่จะหายไป มันกลับเปลี่ยนมาเป็นความกังวลถึงทิศทางของ Apple มากกว่าว่าจะเอายังไงกับตลาด “Pro” จนถึงตอนนี้แทบทุกๆ review ออกมาสับเละ FCPX จนแทบไม่เหลือชิ้นดี

ออกตัวแรงๆก่อนเลยครับว่าผมไม่ใช่คนตัดต่อมืออาชีพ และยังไม่ได้ลอง FCPX ด้วยตัวเอง ฉนั้นประเด็นที่เขียนเรื่องนี้ลง blog ก็เพราะอยากชวนกันคุยถึงอนาคตของ Apple ว่าจะเป็นอย่างไรในสายตาคนที่จัดตัวเองอยู่ในกลุ่ม “Pro” ที่มาจากคำว่า Professional แปลว่าทำเป็นอาชีพ ไม่ได้แปลว่า “เก่งสาดดด”

ย้อนมาคิดถึงสาเหตุว่าทำไมถึงเลือกใช้ Mac ก็เพราะว่าในสายงาน audio ในระดับ Pro นั้น Mac เสถียรและใช้งานได้ดีกว่า ใครจะเถียงยังไงก็ช่าง ผมขี้เกียจคุยเรื่อง Mac vs Windows … ซึ่งทำให้ผมต้องมานั่งไล่คิดว่าเรื่องที่ผมกำลังกังวลเกี่ยวกับ Apple นั้น เป็นเรื่อง OS หรือว่าเรื่อง application

Quicktime X ต้นเหตุของความกังวล

Final Cut Pro X ที่ใช้จั่วหัวมานั้น มันเป็น app ภายในแบรนด์ของ Apple และใช้งานบน OSX เท่านั้น เรื่องที่คนออกมาด่า FCPX นั้น เขาก็ด่ากันที่ตัว app แต่สำหรับผม ผมไม่เดือดร้อนเท่าไหร่ เพราะผมยังไม่ได้ใช้ app ตัวนี้เยอะนัก แต่มันมีตัวอย่างมาก่อนหน้านี้แล้วคือ Quicktime X ที่มาพร้อมกับ OSX 10.6 Snow Leopard

เดิมทีนั้น Quicktime Player สามารถ download ใช้งานได้ฟรี แต่จะมี Quicktime Pro ที่ต้องจ่ายเงินซื้อเพิ่ม ที่มีความสามารถเพิ่มเข้ามาอีกหลายอย่าง เช่นกัน convert file ผมใช้ความสามารถส่วนนี้ของ QT Pro เยอะมาก โดยเฉพาะการ detach/attach media stream ของ video พอมาเป็น Quicktime X ทาง Apple ก็ออกมาบอกว่าเราไม่ต้องเสียเงินซื้อ QT Pro แล้ว เพราะใน QTX มีความสามารถมาให้พร้อม แต่พอได้ใช้งานดูจะเห็นว่า Apple เน้นความง่ายในการใช้งาน ตั้งหลายๆอย่างมาเป็น preset ให้หมด ทำให้ขาดความสามารถในการปรับแต่งลงไปเยอะ

ตรงนี้ก็เริ่มทำให้เห็นภาพที่ชัดแล้วว่า Apple กำลังทิ้งกลุ่ม Pro เพื่อไปหา mass … ในแง่ของความเป็น application คำตอบยังคงไม่ยาก ถ้าไม่ชอบ ก็เปลี่ยนไปใช้ตัวอื่น ก็แค่นั้น

Final Cut Pro X ถ้าไม่ชอบ จะเปลี่ยนไปใช้อะไรดี

ในกรณีของ FCPX ก็คล้ายกัน ณ ตอนนี้ feature หลายอย่างสำหรับการทำงานระดับ pro โดนตัดหายไปอย่างน่าสงสัย คาดว่าถ้ายังโดนด่ามากขนาดนี้ Apple น่าจะเริ่มแก้ไขโดยเตรียมใส่กลับเข้ามาในการ update ครั้งต่อๆไป ผมไม่แน่ใจนักว่าในกลุ่มของคนทำงานตัดต่อ video นั้น ทางเลือกอื่นบน Mac นอกจาก FCP แล้วมีอะไรให้เลือกใช้งานกันได้บ้าง Adobe Premiere? AVID Media Composer? แต่เท่าที่รู้สึกได้คือ FCP นั่นมีส่วนแบ่งในตลาดนี้เยอะมากอยู่นะ

ในส่วนที่กระทบกับตัวผมจริงๆก็คงจะเป็น Soundtrack Pro ที่โดนเขี่ยทิ้งหายไปจาก FCPX โดยให้เหตุผลว่า FCPX สามารถทำการ edit audio ได้ระดับอาชีพในตัวเอง แทบมาด้วย audio effect plugin จำนวนมากจาก Logic สำหรับผมแล้ว Soundtrack Pro ยังคงจำเป็นอยู่มากในการ edit เสียงแบบละเอียด ถ้าเทียบที่ความง่ายในการใช้งานที่ตรงกับวัตถุประสงค์ว่า edit เสียงสำหรับ video แล้ว ผมชอบ Soundtrack Pro มากกว่า Logic เสียอีก พอไม่มี STP แล้วกรูจะไปใช้อะไรดีล่ะเนี่ย

Logic Pro X ?? Garageband Pro X ??

ย้อนหลังไปสัก 10ปี ในการทำงานด้าน audio นั้น Mac ถือเป็นทางเลือกหลักสำหรับ hardware/OS ส่วนทาง application นั้นต่างคนก็ต่างเลือกกันตามถนัด มีทั้ง Pro Tools , Logic, Digital Performer ฯลฯ แต่หลังจากที่ Apple ซื้อ eMagic เพื่อเอา Logic เข้ามาเป็น app นึงภายใต้ brand Apple นั้น ที่ผ่านมาดูมีทิศทางที่น่าสนใจมาโดยตลอด แต่พอมาถึงวันนี้ วันที่ FCPX ออกมาอย่างมีจุดขายชัดเจน ทำให้ผมก็เริ่มคิดต่อแล้วว่า Logic ใน version ถัดไปนั้นจะมีทิศทางเป็น GarageBand Pro X ด้วยหรือเปล่า

เช่นกัน ผมไม่ใช่ Logic user แบบเหนียวแน่น แต่ยอมรับว่ามันเป็น DAW ที่มี plugin effect ที่แถมมาคุณภาพดีมากๆ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับทาง Steinberg :) ตรงนี้ผมก็อยากได้ความเห็นเหมือนกันว่า ถ้าคนที่เป็น Logic user ต้องมาพบว่า version ถัดไปของ Logic มีสภาพเป็น Garageband Pro คล้ายกับที่ Final Cut Pro user เจอกันอยู่เนี่ย จะมีทางหนีทีไล่กันยังไง

Mac OSX Lion 10.7

ไอ้นี่แหละครับที่ผมเป็นกังวลมากๆ application เรายังมีทางหนีทีไล่กันได้ แต่ OS นี่หมดสิทธิ์ อย่างที่บอกไปแล้วว่าผมเลือก Mac เพราะ hardware/OS เป็นห่วงอยู่ว่าถ้า Apple เลือกที่จะใส่โน่นนี่เข้ามาเพื่อตอบตลาด mass จนทำให้ stability มีปัญหา หรือมีของเล่นกุ๊กกิ๊กเอาใจวัยรุ่นเต็มไปหมดจนน่ารำคาญเราๆจะทำยังไงกันดี

ถึงแม้ว่าตอนนี้ผมจะเริ่มอยู่อย่างสำรวมแล้วว่าตลาด pro อย่างเราไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายหลักของ Apple อีกต่อไปแล้ว แต่ผมก็ยังมีความหวังอยู่ว่าเขาจะไม่ทิ้งเราซะทีเดียว น่าจะยังมีความแข็งแรงและน่าเชื่อถือใน OS อยู่บ้างสำหรับตลาด pro บ้าง ไม่รู้เหมือนกันว่าจะออกมาในรูปแบบของ Mac OSX Professional / Ultimate หรือเปล่า :P

คิดยังไงกันบ้างครับ ?

ผมเขียน post นี้ขึ้นมาแบบลอยๆ เพราะมันเป็นเรื่องที่ลอยอยู่ในหัวแล้วไม่รู้จะไปสุมหัวหรือตั้งวงเหล้าคุยกับใครดี เพื่อนๆหรือใครที่ผ่านมาแล้วมีความเห็นยังไงลองเขียนเล่าให้ฟังกันไว้ก็ดีนะครับ อยากฟังความเห็นคนอื่นๆบ้าง เริ่มต้นที่ความเห็นจาก Hitler ก่อนเลยก็ได้ครับ

29 comments

  1. ส่วนตัวผมไม่เคยใช้ Final Cut Pro เลย เพราะ imovie ยังตอบสนองการทำ home video ของผมได้ดีอยู่ แต่ถ้า Logic X จะเปลี่ยนไปแบบที่ Final Cut Pro X นี่ก็ไม่ไหวเหมือนกัน เพราะหน้าตาแบบ garageband มันใช้ยากมากสำหรับผม (หาอะไรไม่ค่อยจะเจอ)

    • รอดูอยู่เหมือนกันครับ เริ่มมีคนทำรูปขำๆออกมาแซวบ้างแล้วว่า Logic Pro X = Garageband Pro :)

  2. โอ้ว สำหรับผมถือเป็นข่าวดีเลยครับ :D เพราะผมใช้ทั้ง Final cut กับ Logic ไม่เป็น
    และอยากใช้ขั้นกว่าของทั้งสองโปรแกรมนี้มากกกกกกกกกกกกกกก

    ใช่ซี้ ผมมันพวกแมสๆนี้นา :P

    • ประเด็นตอนนี้ดูเหมือนจะเป็นเรื่องการตัด feature ที่จำเป็นในการทำงาน scale ใหญ่ออกไปน่ะครับ เช่นการไม่สามาถเปิด project ที่ทำจาก FCP version ก่อนๆได้ และการที่ไม่สามารถ export EDL, XML, OMF ซึ่งเรื่องพวกนี้คาดว่าน่าจะถูกแก้ไขได้ในการออก update

  3. เหนื่อยครับ
    หวังว่า FCPX จะเข้ามาพัฒนา user experience ของพวก film student แบบผม
    หวังว่าจะได้ใช้ประโยนช์จากการรองรับ 64-bit processing
    แต่ผิดหวังมากในตอนแรกที่ได้ลองใช้
    ปัญหา backward compat. วุ่นวายมาก
    ผมไม่สามารถเอา FCP project มาทำต่อบน FCPX ได้

    แต่ก็ต้องยอมรับว่า feature ใหม่ๆ ที่เขาใส่มาใน FCPX นี่
    ถ้าได้ใช้งานแบบเต็มที่ๆ น่าจะดีอยู่นะครับ
    เพราะผมทำ production ด้วย 5D
    ซึ่งดูฟีเจอร์ใหม่ของ FCPX แล้วถือว่ารองรับ ใช้งานได้เลยด้วย
    ผมเองยังไม่มีเวลาลองเปิดโปรเจกต์ใหม่บน FCPX

    (เพราะยังปั่นงานเก่าไม่เสร็จเลยคร้าบ T^T)

    • ขอบคุณสำหรับความเห็นครับ
      เรื่อง backward compatibility นี่เรื่องใหญ่อยู่เหมือนกัน
      feature ใหม่ๆนี่หลายอย่างก็เจ๋งมากนะครับ แค่เรื่องสามารถจะตัด native format จากกล้องได้เลยโดยไม่ต้อง transcode นี่ก็น่าจะช่วยให้สะดวกกันไปได้เยอะแล้ว

      จังหวะนี้เป็นผมก็คงจะยังอยู่กับ FCP ตัวเดิมไปก่อน แล้วรอดูว่า Apple จะออก update มาเป็นยังไงบ้างน่ะครับ

  4. ผมไม่ได้ใช้ MAC เลยไม่มีความเห็นเรื่อง Final Cut Pro X นะครับ

    แต่สนุกตรงที่ Adobe ไม่ปล่อยให้โอกาสผ่านเลยไป รีบจัด Promotion ให้คนใช้ FCPX เปลี่ยนมาใช้ Premier ถือเป็นการกระหน่ำ Apple ที่นานๆ ที จะทำได้สักครั้ง

    เนื่องจากไม่ได้ใช้ MAC แต่ได้ใช้โปรแกรมตัดต่อบ้าง จึงขอแชร์เรื่องโปรแกรมตัดต่อที่ผมชอบก็แล้วกัน

    นับจากประสบการณ์ โปรแกรมตัดต่อที่ผมเคยใช้คือ Vegas, Premier, Edius, แน่นอนว่าประทับใจ Vegas มากที่สุด สิ่งที่ทำให้ประทับใจ Vegas ก็คือความง่ายของการใช้งาน พอใช้ Vegas แล้ว บางครั้งต้องมีวาระบังคับให้กลับไปใช้ Premier บ้าง ก็จะสงสัยว่าทำไมต้องทำโปรแกรมให้ซับซ้อนและไม่เป็นมิตรเอาซะเลย

    เรื่องที่ผมมักจะยกมาเปรียบเทียบก็คือวิธีคิดแบบ Layer ของ Vegas แม้ว่าทุกโปรแกรมตัดต่อก็ใช้ระบบ Layer คือ Layer ที่อยู่ด้านบนจะถูกแสดงก่อน แต่ใน Vegas เราสามารถย้ายทั้งแทรกสลับ Layer ไปมาได้ (เหมือนใน Photoshop) ในขณะที่โปรแกรมอื่น(Premier, Edius) จะสลับ Layer ของภาพต้องย้ายที่ Clip ไปไว้ที่ Track นี่คือหนึ่งเรื่องที่ขัดใจผมที่สุด

    อีกเรื่องคือ Vegas น่าจะเป็นโปรแกรมแรกๆ ที่จัดให้การทำงานทุกอย่างอยู่ในหน้าเดียว ซึ่งเป็นอย่างนี้มากว่า 10 ปี แล้ว เมือ่ได้เห็นโปรแกรมใหม่ๆ ที่หันมาออกแบบด้วยทิศทางนี้เช่นกัน เช่น Logic, Garage Band, Presonus Studio One, ต้องยอมรับว่า Vegas มีความคิดที่ก้าวหน้ามาก แต่ไม่ค่อยมีใครนึกถึง

    ขอวกมาเรื่อง Cubase นิดนึงครับ จากส่วนที่วิทย์เขียนไว้ว่า
    “ผมไม่ใช่ Logic user แบบเหนียวแน่น แต่ยอมรับว่ามันเป็น DAW ที่มี plugin effect ที่แถมมาคุณภาพดีมากๆ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับทาง Steinberg ”

    โดยส่วนตัว ผมคิดว่า Plugin ของ Cubase เสียงใช้ได้นะครับ แต่ที่ไม่ค่อยได้ใช้ น่าจะเป็นเพราะหน้่าตา
    ทีไม่สวยเอาซะเลย พาลทำให้รู้สึกว่า Plugin เสียงห่วยไปด้วย

    แต่ก่อนผมเป็น Logic User ครับ แต่พอได้ใช้ Cubase แล้ว ก็ต้องยอมรับว่า Cubase ใช้งานง่ายกว่า
    แต่สิ่งที่ทำให้ Cubase ยังไปไม่ถึงจุดสูงสุดของ DAW (อันดับหนึ่งผมให้ Logic) ก็น่าจะเป็นที่ตัว Content (Plugin+Instruments) นี่ละครับ

    ถ้า Cubase มี Content ดีๆ แบบ Hypersonic ติดมากับตัวเลย และมี Plugin หน้าตาน่าคบอย่างของ Waves(แค่ตระกูล Renassance ก็พอ) แค่นี้ผมก็ให้ Cubase ชนะ Logic แล้วล่ะ

    • ขอบคุณน้าบอมครับสำหรับการแลกเปลี่ยนมันส์ๆเหมือนเคย

      ผมก็จัดตัวเองเป็น Vegas user เหมือนกันครับ ถึงจะไม่นับว่าเป็นระดับ power user ก็เถอะ เรื่องความง่ายของมันถือเป็นเรื่องเด่นมาก อันนี้ยกความดีให้ Sonic Foundry ครับ เพราะมันเป็นอย่างนี้มาตั้งแต่ก่อน Sony ไปซื้อมา แต่ที่ผ่านมา workflow ของมันก็ดูเหมือนเป็นปมด้อยมาตลอดเหมือนกันเพราะดันแตกต่างไปจาก workflow ของขาใหญ่ตัวอื่นอย่าง FCP, Premiere หรือ Edius (รวมถึง Avid Media Composer ด้วย)

      จังหวะนี้นอกจาก Adobe จะออกมาตบ Apple ด้วย cross-grade promotion แล้ว ทาง Avid ก็เล่นด้วยเหมือนกันครับ จัด cross-grade สำหรับ FCP ย้ายมา Media Composer เหมือนกัน ต้องรีบตีกันตอนนี้ก่อนจะเห็นว่า Apple จะปล่อย FCPX update ออกมาเป็นแบบไหน แต่ผมยังคิดว่าคนที่เป็น FCP user ที่เดือดร้อนจริงๆน่าจะเป็นระดับ scale ใหญ่หน่อยหรือเป็น production house ไปเลย ซึ่งกลุ่มนี้คงจะไม่ผลีผลาม upgrade หรือ cross-grade system แน่ๆ ที่ออกมาบ่นๆด่าๆกันอยู่นี่ก็คงเป็นความเห็นจากการทดลองใช้มากกว่า เพราะอย่างน้อย FCPX มันก็สามารถลงในบน system เดียวกันกับ FCP เดิม และราคาก็ถือว่าถูกในระดับจะซื้อมาเพื่อการทดลองใช้งานได้

      เรื่องนี้สอนให้ผมยิ่งตระหนักในการเลือก “tool” ว่าควรจะมองไปถึงวิถีคิดของเจ้าของ product ด้วย

      ย้อนมาที่เรื่อง plugin effect ของ Steinberg อันนี้ก็ยอมรับครับว่ารุ่นใหม่ๆนี่ผมอาจจะไม่ได้ใช้งานมันเยอะเท่าไหร่ อย่างนึงคือติดนิสัยมาตั้งแต่ใช้งานบน Cu3/Nuendo3 ที่ผมมักจะเลือกใช้ 3rd party freeware มากกว่า และยิ่งถ้าเทียบ ณ ตอนนั้น ความหลากหลายและคุณภาพผมให้ effect จาก Logic ดีกว่านะครับ เรื่อง instrument ไม่ต้องพูดถึง ทั้งหน้าตาและความหลากหลาย Logic กินเรียบครับ

      ส่วนถ้าเทียบกันตัวต่อตัว ณ ตอนนี้ ที่ผมหยิบมาใช้งานบ่อยๆก็มี EQ, compressor และ reverb ตรงนี้ผมยังรู้สึกชอบ comp/rev ของ Logic มากกว่าอยู่ดี ออกตัวก่อนว่าผมไม่ใช่ Logic user ครับ แต่ผมมักจะเรียกใช้ effect ของ Logic ผ่านทาง Soundtrack Pro ซึ่งก็แน่นอนว่าการที่ FCPX ตัด Soundtrack Pro ออกไปนี่ผมรู้สึกเดือดร้อนอยู่เหมือนกัน

      ปล. Cubase6 นี่ข่าวคราวเงียบเชียบมากเลยครับ :)

  5. หวัดดีครับ…ผมมีเรื่องข้องใจนิดเดียว คือตอนนี้ผมลง Final Cut Pro ตัวก่อนล่าสุดอยู่ ตอนนี้ก็สนใจที่จะลง Final Cut Pro X เพราะผมเองก็ไม่ใช่มืออาชีพอะไร เลยรู้สึกว่าตัวใหม่นี้น่าจะมีทำให้มือใหม่หรือมือกลางๆ น่าจะใช้งานง่ายขึ้น … แต่ที่สงสัยคือ ผมจำเป็นต้องลบ Final Cut Pro ตัวเก่าที่มีอยู่ในเครื่องก่อนลงตัวใหม่หรือไม่ครับ…ถ้าใช่ มีโปรแกรมอะไรบ้างที่จะช่วยลบไฟล์ทั้งหมดออกไปเลย เพราะเคยอ่านเจอ(ที่อื่น)ว่าหลายคนลบไฟล์แล้ว แต่พื้นที่ในฮาร์ดดิสกลับไม่ได้คืนมาทั้งหมด … หรือถ้า ไม่ต้องลบ ของเก่าออก เวลาเรียกใช้ง่ายสองตัวนี้จะไม่ทำให้โปรแกรมมันรวนใช่ไหมครับ

    • เท่าที่ทราบตอนนี้คือ FCPX สามารถลงได้โดยไม่จำเป็นต้องเอาตัวเก่าออกครับ เป็น 2 โปรแกรมแยกกันเลย

  6. ได้ลองนำ FCPX มาใช้งานจริงอยู่พักนึงแล้วครับ (ตัดงานง่ายๆส่งลูกค้าไปสามงานแล้ว) พวกข้อเสียก็อย่างที่คุณ Wit บอกนะครับ คนที่ตามข่าวคงทราบกันอยู่แล้ว ส่วนตัวผมยังไม่ค่อยมีปัญหากับ missing feature ต่างๆเท่าไหร่ ทั้ง EDL , XML , Multicam ที่ผ่านมายังไม่ได้ใช้งานสักอย่าง เพราะเราก็เป็นทีมเล็กๆ ทำงานเล็กๆเท่านั้นเองครับ

    ส่วนเปิดโปรเจคเก่าไม่ได้ นี่ก็ยังไม่เป็นปัญหาใหญ่ครับ เพราะมันไม่ได้ลงทับตัวเดิม ปัญหาก็คือตอนนี้ชักจะติดใน FCPX กัน อยากจะลบตัวเดิมออกเอาพื้นที่ HDD คืนมา ฮ่า

    ที่หนักสุดเลยคือ Magnetic Timeline นี่แหละครับ ทำให้ไม่สามารถใช้งาน Time line เป็น workspace ได้ ใช้งานแรกๆจะอึดอัด แต่ตอนนี้ใช้มาระยะนึง ก็เริ่มคุ้นและพบว่าสะดวกดีเหมือนกันครับ

    ส่วนตัวแล้วชอบฟีเจอร์ใหม่ๆมากครับ ไอ้การที่รวมเอา Soundtrack Pro มานี่ก็ทำให้สะดวกขึ้นเยอะเลย แต่ก่อนถ้าจะหั่นเสียงละเอียดๆ ต้องไปทำในโปรแกรมอื่น เพราะถ้าตัดใน FCP เอง มันจะติดคล่อมเฟรมได้ในบางครั้ง แต่นี่เส้นเสียงสามารถตัดละเอียดได้เหมือนโปรแกรมตัดเสียงเลยครับ แล้วก็เวลา grade สี ไม่ต้องโยนเข้าโปรแกรม Color แล้ว ทำในตัวนี้ได้เลย สะดวกมากครับ

    และที่ชอบจัดๆเลยก็คือไม่ต้องรอ dialog แสดงความคืบหน้าการ Render อีกต่อไปครับ มันทำ background ทำให้เราทำงานอื่นๆบน timeline ต่อไปได้ครับ (ใครใช้ประจำๆ จะรู้ดีครับ ว่ารอไอ้หน้า Render 15 นาที ครึ่งช่วงโมง มันเสียเวลาชีวิตขนาดไหน ฮ่า)

    ตอนนี้ผมรอตัว Update แก้ไขข้อบกพร่องต่างๆอย่างเดียวเลยครับผม :-) มันมีหลายจุดเหมือนกันนะ short cut บางอันก็กดไม่ได้ ผม pinch zoom ไม่ได้ ทั้ง 2 เครื่องที่ใช้งาน (ถามคนอื่นแล้วก็เป็นเหมือนกัน) อะไรพวกนี้แหละครับที่รออยู่

    • ขอบคุณคุณเรียว สำหรับความเห็นครับ อยากทราบ spec เครื่องที่คุณเรียวใช้งานเหมือนกันครับ เพราะเห็นเพื่อนผมใช้งานบน MBP 13″ i5/8GB RAM ก็บอกว่าทำเอาเครื่องร้อนจัดไปเหมือนกัน

      ตอนนี้ผมเริ่มคิดต่อไปว่า ถ้า Soundtrack Pro ถูก drop ทิ้งไปจริงๆ มันคงต้องมีการเปลี่ยนแปลงบน Logic Pro ทำแง่ของการทำงาน audio post-production บ้างเหมือนกัน คงต้องรอดูการ upgrade ครั้งต่อไปของ Logic :)

      • ของผมเป็น MBP 15″ Late 2010 i5 2.4GB RAM 4GB ครับ เรื่องร้อนเป็นเรื่องที่คุ้นเคยครับ ฮ่าา

        ส่วนนึงผมว่ามันเป็นเพราะ background task ต่างๆที่มันทำกระมังครับ ซึ่งอย่าง FCP ตัวเดิม ถ้าเราไม่ได้สั่ง render มันก็จะนิ่งๆ ไม่ได้ทำอะไร แต่ตัวนี้มันทำ background หลายอย่าง ทั้ง trancode , optimize media , analyze media พัดลมนี่ฟู่ๆๆๆๆๆเลย ผมก็ใช้วิธีอันไหนไม่ต้องให้มันทำก็ติ๊กออกครับผม

        Logic Pro นี่ผมยังไม่เคยใช้เลย เคยใช้แต่พวก sampitude นานแล้ว แล้วก็มา audacity ๕๕ จากนั้นพอมาเจอ soundtrack pro ผมเอ๋อไปเลยครับ ใช้ไม่เป็นแทบร้องไห้ ตอนนี้ไม่ต้องใช้มันแล้ว ผมดีใจมากเลย เพราะจริงๆผมโยนไป soundtrack pro แค่หั่นและปรับนั่นนี่นิดหน่อยเอง

        • ขอบคุณครับ ผมแอบมีเล็งๆ 13″ MBP เอาไว้ หลักๆคงไม่ได้เอามาใช้ตัดต่อ video เพราะงานผมไม่ได้เน้นทางนี้ แต่ก็อาจจะมีบ้างนิดหน่อย :) ก็เลยดูเผื่อไว้ครับ

  7. ขอถามนิดนึงครับ
    project ที่ทำจาก final cut pro อันเก่า เอามาเปิดกับ final cut pro X ไม่ได้เหรอครับ

    แล้วควรทำอย่างไรดีครับ

    • เปิดไม่ได้ครับผม ในเว็บ Apple ก็แนะนำไว้ว่า Project เก่าก็เปิดกับ FCP เดิมครับ เพราะตัวใหม่นี่ติดตั้งอโดยไม่ได้ทับตัวเก่าครับ ยังสามารถใช้ตัวเก่าได้อยู่

  8. ตัวผมผมว่า final cut pro ดีมากครับ ใช้งานสะดวกขนาดเพื่อนๆโปรของผมยังว่าคลองกว่าตัวเก่าอีกยัวส่วนพวกตัดสีออกแบบ green screen ตัดได้ละเอีอดกว่าตัวเก่าอีกครับแต่ verion นี้ต้องใช่กับเครืองแรงๆตัวผมก็ใช่ตัว mac pro xeon 2.9 12 core ram 32 gb ครับ

  9. ผมเป็นคนใช้ mac มาตั้งเเต่สมัยเป็น g3 เลย รู้สึกวันนี้หมดคุณค่าในตัวเองลงไปทุกที่ เเบบว่า mac ไม่ใช้สำหรับ pro (คนทำเป็นอาชีพ) อีกต่อไปเเล้ว เเต่ mac เป็นของทุกคน 555 ที่ใครๆก็มีได้ ผมว่าปัญหาที่จะตามมาหลังจากนี้ คงเป็นความไม่สเถียรระบบ เพราะอะไรจุกจิกมาเกินไป รวมถึงไวรัสในอนาคต ที่จะตามมา

    ผมเป็นคนทำงานสายเพลงกับฟรั่ง ที่นู๊นเนี่ย เวลาทำเพลง ต้องปิด เนท ปิด bluetooth เวลาทำงานเสียง เเละเลือใช้เมาท์ที่มีสาย เพราะสิ่งหล่านี้ จะทำให้ sound เปลียนไป ถ้าเราเปิดมันไปด้วย หมายความว่าทุกๆเอย่างล็กๆน้องในสาย pro เเล้ว มันสำคัญหมด

    การที mac จะยัดอะไรก็ตามลงไปใน os เพื่อผู้บริโภค ก็ทำให้การทำงานในขั้นโปรด้อยประสิธิภาพลง

    โดยส่วนตัวเเนะนำว่าให้ใช้ avid ดีกว่านะครับ เพราะ digidesig is avid การทำงานภาพเสียงจะไม่มีปัญหา เเละที่สำคัญบ้านเราโตมากับ logic cubase เเต่ฟรั่งเนี่ย ในห้องอัด 90% Protools หมดเลยนะ ไม่เชื่อลองดู ห้องอัดดังๆอย่า avatar studio เป็นต้น ยิ่งสมัยก่อนปลักอินบางตัวที่ดีมาก ออนบน mac อย่างเดียวไม่พอ ยังออน เฉพาะบน Protools เท่านั้นอีกด้วย ทางเลือกนี้ผมเเนะนำ ถ้าจะบอกลา final cut นะ ก็มา avid น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด ส่วนตัวเเล้ว logic จะโตเป็นGarageband x ก็ไม่เป็นไรเพราะส่วนใหญ่ก็ไม่ใช้ Pro ใช้อยู่เเล้ว ฟรั่งนี่ถ้าตามบ้าน ค่อนข้างหลายหลาย Logic ก็มี เเต่ถ้าตามstudio บันทึกเสียงศิลปินจริงๆจังจะใช้ protools หมด เหตุผลเพราะ hardware มันดีมาก ใช้มากันจนติด เเละ ปลักอินบางตัวที่ ออน บน protool เท่านั้น

  10. เรียนบรรดาเชียน fcpx ผมคงเป็นน้องใหม่แต่แก่แล้วยังพอมีไฟอยู่บ้างที่จะศึกษา เลยอยากจะขอความรู้การตัดต่อ fcpx จากท่านทั้งหลายหากมีใครเมตตาพอมีเวลาจะสอนสัก 5-6 ชั่วโมงก็น่าจะไปได้เพราะมีความรู้เรื่องการตัดต่ออยู่บ้างจาก premire เพิ่มได้ fcpx มาลงไว้ในเครื่องแล้ว นั่งคลำมาหลายวันแล้วยังไปไม่ได้ หากจะมีค่าเสียบ้างก็ไม่ว่ากัน ขอขอบคุณท่านทั้งหลายมากครับ

    • ถ้าใช้ MBP แล้วสะดวกแวะมาแถวอโศกยก MBP มาหาผมที่ Starbuck ใต้ตึกแกรมมี่ก็ได้ครับ พอจะสอนเบื้องต้นให้ได้ครับ :-)

  11. ขอขอบพระคุณ คุณเรียวมากครับที่จะกรุณาให้ความรู้ ขอเบอร์โทรด้วยนะครับจะได้ติดต่อนัดหมายได้ ผมอยู่ที่อุบล ช่วงนี้คงไม่สะดวกนักนำ้ท่วม นำ้ท่วมบ้านหรือเปล่าครับถ้าท่วมขอเป็นกำลังใจให้สู้ๆ

    • เมล์มาก็ได้ครับ เดี๋ยวผมแจ้งเบอร์ไปในเมล์นะครับ ryo (เครื่องหมาย @) endlessmotionstreamer.com ครับผม

  12. ขอบคุณมากนะครับ คุณวิทย์ เป็นกระทู้ที่ยอดเยี่ยมมาก สำหรับผมซึ่งเป็นคนรักแมค คือว่าผมรู้สึกชอบที่แมคลดตัวลงมา ถ้าจะถือว่าลดตัวนะครับ ยอมรับว่าเซ็งเหมือนกันที่มีพวกจุกจิกวัยรุ่นเยอะไปหน่อย เช่นมีเกมอะไรอย่างนี้ซึ่งผมไม่ชอบเลย แต่ผมยังเชื่อในรากฐานแนวคิดของสตีฟจ๊อบอยู่ ผมดีใจที่จะมีโปรแกรมที่มีส่วนผสมของvegas premier และ after effect อยู่ในตัว และมีเฉพาะที่จำเป็นจริงๆสำหรับงานสารคดีที่ไม่ต้องมีอะไรหวือหวามาก แต่ต้องการความง่ายของโปรแกรมเพื่อให้พลังงานของการเรียบเรียง ความคิดสร้างสรรค์ผ่านการเล่าเรื่องในสมองยังเหลืออยู่ให้มากที่สุด บางทียอมรับว่า นี่เป็นโปรแกรมในฝันของผมเลยทีเดียว คือใช่เลยนะครับ ผมคิดว่า สำหรับงานที่ผมทำอยู่ มีlogic studio ตัวล่าสุดซึ่งมีsoundtrack pro อยู่แล้ว และfcpx มีmotionตัวเสริมอื่นๆและรออัพเดตแก้ใขบ้าง ปรับๆกันไป แล้วผมคิดว่า ผมพอแล้วละครับ สุดยอด ขอบคุณแมค ผมดีใจที่macเดินนโยบายแบบนี้ มันทำให้ผมมีสิทธิ์ทำอะไรได้มากขึ้นกับแมค แต่ก็ช่วยลดๆอะไรที่มันวัยรุ่นจุกจิกหน่อยก็ดี5555เป็นโปรที่ใกล้ชิดกับประชาชนผมว่าดีออก ได้บุญด้วย มองในแง่ดี คือแมคเปิดโอกาสให้กับโปรงบน้อย และสามารถทำงานได้ในทรัพยากรที่จำกัดได้อย่างมีคุณภาพ

  13. ตอนนี้ Logic Pro 9 ออกแล้วนะครับผม เป็นยังไงบ้างครับคุณวิทย์ มันเปลี่ยนไปมากป่าวครับ (พอดีผมไม่ได้ใช้ Logic Pro มาก่อน เลยไม่รู้ว่ามันเปลี่ยนอะไรบ้าง)

    • Logic Pro 9 ออกมา 2 ปีกว่าแล้วครับ ที่หลายคนจับตาดูอยู่ก็เพราะมันนานเกินไปแล้วสำหรับการที่ยังไม่มี major upgrade ยิ่งพอมาเห็นทิศทางของ FCPX ด้วยแล้ว ยิ่งทำให้น่าสงสัยว่าอนาคตของ Logic จะเป็นยังไง

      • อ้อ แสดงว่ามันออกมานานแล้ว แต่พึ่งย้ายไปขายผ่านทาง Mac App Store หรือครับเนี่ย พอดีผมพึ่งเห็นในข่าวว่ามันวางขายใน MAS ผมก็นึกว่าเป็นรุ่นใหม่ :-)

        อย่างงั้นอาจจะต้องลุ้นอีกรอบว่ามันจะรื้อเครื่องแล้วเดินทางเดียวกับ FCPX รึเปล่าเนอะครับ

        ตอนนี้ FPCX ก็เริ่มเพิ่มฟีเจอร์ต่างๆ รองรับสิ่งที่หายไปแล้วนะครับ แต่ก็ไม่ได้ทำออกมาเหมือนเดิมเด๊ะเสียทีเดียวครับ ดูเหมือน Apple จะพยายามแค่หาทางให้สามารถทำอะไรที่คล้ายๆสิ่งที่หายไปเหล่านั้นออกมาได้เฉยๆอ่ะครับ

        พวก 3rd party plugins เริ่มออกมาเยอะขึ้นแล้ว ทำงานได้สะดวกขึ้นพอสมควรเลยครับ :D

        • Logic Pro 9 ออกมานานแล้วก็จริงครับ แต่การจับแยกชิ้นออกมาขายบน Mac App Store นี่เป็นเรื่องที่น่าสนใจอยู่ ถ้ามีเวลาผมก็คงจะเขียน blog เรื่องนี้เร็วๆนี้ครับ

  14. มีหนังสือแปลwmpหรือยังสำหรับ fcpx คุณเรียวผมยังไม่มีเวลาไป กทม.เลยและเป็นช่วงนำ้ท่วมคงไปมาลำบากไม่อยากรบกวนเลยไม่ได้ติดต่อไปเลย

Leave a Reply