ไปออกรายการ ช่างคุย 174 : ถ่ายทอดสดผ่านอินเตอร์เน็ท

หลังจากได้ร่วมงานแบบไม่มีค่าตัวกันมาหลายครั้ง ฟอร์ดก็เสนอให้พี่หงษ์ (@hongsyok) ชักชวนทีมงานขาประจำทั้งผม พี่อุ้ม(@mr_aum) ฟอร์ด(@FordAntiTrust) และพี่ส้ม(@muenue) มานั่งคุยกันถึงการทำงานเบื้องหลังการถ่ายทอดสดทางอินเตอร์เนท ที่ทำกันมาทั้งที่ร้านวาวี และงาน GoTraining Talk เสียดายที่วันบันทึกเทปพี่อุ้มติดงานด่วน เลยไม่ครบทีม … อดชนชาเขียวกันไปตามระเบียบ

ในการทำงานร่วมกับทีม”เด็กหลังห้อง”นี้ หน้าที่ผมก็คือดูแลในส่วนของเรื่องเสียงทั้งหมด ซึ่งก็จะแตกต่างกันไปในแต่ละครั้ง แต่โดยส่วนใหญ่แล้วก็จะดูรวมหมดตั้งแต่ PA ในงาน ซึ่งมักจะเป็นชุดเล็กๆ , ระบบ monitor ให้นักดนตรี , บันทึกเสียง และการส่งสัญญาณเสียงไปให้ระบบถ่ายทอดสด ลองไล่กันดูทีละอย่างดีกว่า เผื่อไว้เป็นข้อมูลให้กับคนอื่นๆที่อยากจะทำดูบ้าง

Audio Download – [download id="23"]
Video Download – [download id="24"]

การติดตั้งระบบ PA ในงานเพื่อเป็น FOH

จริงๆจะให้เรียกว่าเป็นการติดตั้งระบบ PA ก็อาจจะดูใหญ่เกินไปนิด เพราะโดยปกติถ้าเป็นการเล่นดนตรีของ iHear หรือ event ที่วาวี อุปกรณ์ขยายเสียงชุดประจำเลยก็คือ Bose L1 ซึ่งทำงานได้ดีมาก และติดตั้งง่าย มี input ให้ใช้ 2 mic-in และอีก 2 line-in แต่เมื่อไหร่ที่ต้องการมากกว่านั้นก็จะมี mixer มาต่อเพิ่มขึ้นอยู่กับ scale ของงาน โดยถ้าพูดถึงแค่ส่วนของร้านกาแฟวาวี สาขาอารีย์ พื้นที่ด้านหน้านั้นใช้เพียงแค่ Bose L1 ชุดเดียวก็รองรับได้หมด แต่ในบางครั้งก็มีการเพิ่ม Bose L1 ขึ้นมาเป็น 2 ชุดเพื่อสนองความต้องการของนักดนตรีเป็นหลัก :D

ถ้าเป็นการไปดูแลระบบเสียงนอกสถานที่ อย่างเมื่อครั้งที่ไปถ่ายทอดสดงาน GoTraining Talk ที่ม.เกษตร ห้องประชุมเขามีชุด PA อยู่แล้ว ในการ soundcheck ก็เป็นการตรวจเช็คดูว่าระบบ PA เขารองรับความต้องการเราได้หรือเปล่า รวมถึงการเดินสำรวจในหลายๆมุมของห้องว่าได้รับเสียงที่ใกล้เคียงกันหรือไม่ ปัญหานี้เราอาจจะแก้ไขไม่ได้ แต่ก็สามารถเก็บเป็นข้อมูลสำหรับการช่วยจัดผังของงานได้เป็นอย่างดี

การติดตั้งระบบ monitor

ในสถานที่ที่ค่อนข้างเล็ก Bose L1 สามารถใช้เป็นทั้ง FOH และ monitor ได้พร้อมกัน ตรงนี้ต้องยกประโยชน์ให้ระบบการตัดเสียง feedback ที่ทำงานได้ดีมาก แต่ในงานที่ scale ใหญ่ขึ้นมาอย่างเช่นการถ่ายทอดสดวง iHear ทั้งวงนั้น ระบบ monitor ก็เป็นสิ่งจำเป็น โดยทั่วไปก็จะเป็นการต่อออกจาก aux send บน mixer

ในการถ่ายทอดสดจากร้านวาวีนั้น ถ้าเป็นงานที่ไม่ได้ใช้ monitor แยก แต่ใช้ Bose L1 ทำหน้าที่เป็นทั้ง FOH และ monitor นั้น ผมมักจะส่ง mix out จาก mixer ไปที่ระบบถ่ายทอดสด เพราะเราสามารถฟังเสียง mix out ได้จาก headphones out ของ mixer แล้วค่อยส่ง aux send จาก mixer ไปเข้าชุด Bose L1 เพื่อเป็น FOH ตรงนี้ต้องระวังนิดนึงว่าถ้าเป็น mixer ขนาดกลางที่ aux send สามารถเลือกเป็น pre fader ได้ ก็จะช่วยให้เราสามารถแยก mix ที่ไประบบถ่ายทอดสดกับ mix ที่ไป FOH ได้ขาดออกจากกันชัดเจน แต่ถ้าเป็น mixer ขนาดเล็กที่ aux send บังคับว่าต้องเป็น post-fader เท่านั้นก็ต้องระวังนิดนึง

บนโต๊ะเป็น mixer ส่วนใต้โต๊ะแอบอัดเก็บเป็น backup (รูปโดย @nothingcpe)

บนโต๊ะเป็น mixer ส่วนใต้โต๊ะแอบอัดเก็บเป็น backup (รูปโดย @nothingcpe)

การบันทึกเสียงการถ่ายทอดสด

เท่าที่ผ่านมา ถ้าเป็นงานถ่ายทอดสดผ่านอินเตอร์เนท มักจะไม่มี request มาว่าต้องการให้บันทึกเสียงแยก เพราะมักจะมีทีม video มาบันทึกรวมลงไปอยู่ในแผ่น DVD อยู่แล้ว แต่ถ้ามีโอกาสและไม่ได้ลำบากมากจนเกินไปนักผมก็มักจะเอา notebook มาอัดสำรองไว้ เท่าที่ทำได้ก็เป็นการต่อ rec. out จาก mixer มาเข้า line in ของ notebook เลย นอกเสียจากว่าจะมี feature พิเศษบน mixer เหมือนอย่างเมื่อครั้งที่ถ่ายทอดสด iHear ที่วาวีในครั้งแรก พี่อาร์ท (@Music2Home) ใจดียก Presonus StudioLive digital mixer มาช่วย และเจ้า StudioLive มันมี feature ที่สามารถต่อ firewire ตรงเข้า notebook แล้วใช้โปรแกรม Capture ของ Presonus เองบันทึกเสียงแบบแยก 16 tracks ตรงจาก mixer เข้ามาได้เลย วันนั้นก็มีอัดไว้แต่ไม่มีใครเอามา mix :P

การส่งสัญญาณเสียงไปให้ระบบถ่ายทอดสด

ตรงนี้ก็แค่ส่ง mix out ต่อสายไปที่ encoder เท่านั้นครับ แปลว่าเสียงที่ได้ยินใน mixer ก็คือเสียงที่ออกไปกับการถ่ายทอดสด อะไรดังไปเบาไป ทุ้มไปแหลมไป ก็ปรับกันบน mixer นี่แหละครับ ถ้าเรามีหูฟัง (headphones) ที่เป็น closed-back ดีๆหน่อยก็ช่วยกั้นเสียงจากภายนอกไม่ให้แทรกเข้ามาในหูฟังมากนัก ทำให้ปรับแต่งง่ายขึ้น

อุปกรณ์ถ่ายทอดสดทุกอย่างกองรวมกันบนโต๊ะ : คอม,mixer,encoder,modem (ภาพโดย @imattpop)

อุปกรณ์ถ่ายทอดสดทุกอย่างกองรวมกันบนโต๊ะ : คอม,mixer,encoder,modem (ภาพโดย @imattpop)

สรุปละ…

ทั้งหมดที่ว่ามานี้จะว่าไปแล้วมันก็ไม่ได้ยากมากมายสำหรับใครก็ตามที่สนใจทางด้าน audio อยู่แล้วหรอกครับ ออกจะสนุกมากๆเสียด้วยซ้ำเวลาได้มาทำงานที่เราชอบ เท่าที่ทำมา จุดที่ดูจะวุ่นวายที่สุดสำหรับงานขนาดเล็กอย่างนี้ก็คือการต้องทำทุกอย่างข้างบนพร้อมๆกันด้วยตัวคนเดียวนี่แหละครับ :) สนุกดี มันเป็นความสนุกที่เราจะมี signal flow ของอุปกรณ์ทุกชิ้นที่เราจัดวางเองอยู่ในหัว เวลามีปัญหาก็เหมือนกับนั่งไล่ flow ในหัวตัวเอง … แต่ถ้าระบบใหญ่ขึ้นก็เขียนลงกระดาษไว้ก็ดีนะครับ เผื่อเหตุฉุกเฉิน หรือในกรณีที่ scale ของงานเริ่มใหญ่ขึ้นเหมือนตอนที่เราไปทำการถ่ายทอดสดงาน GoTraining Talk ที่ได้เสี่ยโอม (@ohm4u) และพี่อุ้ม (@mr_aum) ช่วยกันดูในเรื่องเสียงด้วย มันก็จะมีความสนุกของการได้คุยได้สื่อสาร ได้ช่วยกันแก้ปัญหากับคนที่สนใจเรื่องเดียวกันและคุยกันรู้เรื่อง

ย้อนมาจนถึงตอนนี้ ถึงงานที่ทำๆมากับกลุ่ม “เด็กหลังห้อง” จะไม่ค่อยได้เงิน แต่ผมก็สนุกทุกครั้ง สนุกจนแฟนงอนว่าทำไมมาทำพวกงาน audio แล้วดูมีความสุขซะขนาดนี้ และก็ต้องขอบคุณทุกคนในทีมด้วยครับที่ยังไว้ใจและให้โอกาสผมมาช่วยงานอยู่

ขอบคุณผู้สนับสนุนทั้ง Music2Home และ ProPlugin

ในช่วงท้ายของรายการช่างคุย ตอนที่ 174 นี้ ผมก็ได้ถือโอกาสขอบคุณผู้สนับสนุนใจดีที่ให้เราหยิบยืมอุปกรณ์มาใช้งานในส่วนของระบบเสียง ขอบคุณคุณโจ @ProPlugin สำหรับ condenser microphone แบบ match-pair ของ sE Electronics รวมถึง mic-stand ที่เราเอามาใช้จับกลองในการบันทึกเสียงครั้งแรกและได้ใช้ในการถ่ายทอดสดวันแรกด้วย ขอบคุณพี่อาร์ท @Music2Home สำหรับ Presonus StudioLive digital mixer, ชุดไมค์กลอง CAD และสาย snake ที่ให้เรามาใช้ในการถ่ายทอดสดวันแรก แถมด้วยการที่พี่อาร์ทมาช่วย setup mixer เองด้วย แล้วยังมีพี่ตุล (Tula) ที่เป็น sound engineer มืออาชีพมาช่วยควบคุมในวันนั้นด้วย

อีกกลุ่มที่ขาดไม่ได้ก็คือทีมนักดนตรีของ iHear band ที่ขนอุปกรณ์กันมาเต็มที่ เล่นกันเต็มเหนี่ยว จนข้างบ้านด่า และโรงแรมฝั่งตรงข้ามต้องขายกิจการหนี

ภาพบรรยากาศการบันทึกรายการ ช่างคุย 174 : ถ่ายทอดสดผ่านอินเตอร์เน็ท

ภาพบรรยากาศการบันทึกรายการ ช่างคุย 174 : ถ่ายทอดสดผ่านอินเตอร์เน็ท