การประกาศผลรางวัล Oscar ครั้งที่ 82 ที่จะมีขึ้นในวันที่ 7 มีนาคมนี้มีการประกาศรายชื่อภาพยนตร์ที่เข้าชิงในสาขาต่างๆออกมาแล้ว โดยมี 2 สาขาที่เกี่ยวข้องกับ sound design อยู่ 2 สาขา ได้แก่ Sound Editing และ Sound Mixing
ดูจากรายชื่อแล้วปรากฎว่ายังไม่ได้ดูถึง 3 เรื่อง The Hurt Locker , Inglourious Basterds และ Star Trek แถมทั้ง 3 เรื่องนี้ยังเข้าชิงทั้ง 2 รางวัลอีกด้วย ส่วนอีก 3 เรื่องที่ดูแล้ว ทั้ง Avatar, Up และ Transformers 2 ก็รู้สึกชอบงานเสียงของทุกเรื่องเลย ถ้าให้เลือกก็เลือกไม่ถูก
Sound Editing
- Avatar
- The Hurt Locker
- Inglourious Basterds
- Star Trek
- Up
Sound Mixing
- Avatar
- The Hurt Locker
- Inglourious Basterds
- Star Trek
- Transformers: Revenge of the Fallen

- ยังไม่ได้ดู The Hurt Locker เรื่องเดียว…
- เรื่องเสียงนี่ ดูแล้วจำได้เรื่องเดียว Transformers: Revenge of the Fallen ไปดูที่
Big C ลาดพร้าว โรงที่ 2 ลำโพงข้างด้านซ้ายแตก เซ็งเลย…
- ในกลุ่มนี้ผมเลือก Up ให้ชนะ เพราะเรื่องอื่นออกแนว ระเบิดเขาเผากระท่อม ระบบเสียงที่
อลังการณ์ถือเป็นมาตรฐาน
- รางวัล Oscar ทางด้านเสียงในปีนี้ สำหรับผมรู้สึกว่าไม่น่าตื่นเต้น คือทุกเรื่องอยู่บนเส้นมาตรฐาน
แต่ไม่ได้รู้สึกว่ามีอะไรใหม่ ว่าแล้วก็ชวนกันมาให้รางวัลย้อนหลัง Sound Design ในดวงใจกันดีกว่า
ผมเริ่มก่อน
- Moulin Rouge – เพลงเพราะและเท่มาก ทุกวันนี้ยังให้แรงบันดาลใจ ในทุกครั้งที่ดู
- Finding Nemo – นกนางนวลที่ร้อง ” Mai Mai ” ขำกันไปทั้งชีวิต
- Babel – ทำ Sound Design ให้รู้สึก ” เงียบ ” อันนี้เทพมาก
- Slumdog Millionaire – ที่ผมรู้สึกว่าปีนี้ไม่มีอะไรแปลกใหม่ เป็นเพราะหนังเรื่องนี้…
ผมไม่รู้ัจะพูดยังไงดีครับน้า เซ็งตัวเองเลย ทุกเรื่องที่น้าบอกมาผมยังไม่ได้ดูเลยสักเรื่อง รวมถึงอีก 2 เรื่องที่ผมอยากดูคือ Wall-E และ The Dark Knight
รายชื่อในปีนี้ผมก็เชียร์ Up อยู่เหมือนกันครับ ปกติผมชอบงานเสียงของ animation อยู่แล้ว แต่ก็พูดได้ไม่เต็มปากเพราะเรื่องอื่นยังไม่ได้ดู
ส่วนถ้าย้อนไปดูว่ามีเรื่องไหนที่ชอบงาน sound บ้างตอนนี้นึกออกไม่กี่เรื่องครับ
- Hero มองไปที่ชั้นวาง DVD เห็นเรื่องนี้แล้วไม่ต้องคิดอย่างอื่นเลยครับ sound เท่ห์มากๆ
- The Last Samurai เรื่องนี้ผมชอบทั้ง sound และดนตรีประกอบเลย
- The Incredibles งาน sound ที่ออกแนวการ์ตูนๆผมว่ามันน่ารักดี
- Final Fantasy 7 : Advent Children เรื่องนี้ผมว่างาน sound ก็ไม่ได้โดดเด่นมาก แต่เป็นความประทับในมากกว่าที่เห็นเรื่องราวจาก game ออกมาเป็นหนังให้ดูกันจริงๆ จุดนึงที่ทำให้รู้สึกได้อย่างชัดเจนก็คือเส้นแบ่งเรื่องคุณภาพเสียงของหนังและเกมส์มันไม่มีอีกแล้ว next-gen console อย่าง XBOX360 และ PS3 รองรับได้สบาย
อืม…
- Moulin Rouge แนะนำให้ดูให้ได้ เป็น Bible ในการทำงานของผมเรื่องหนึ่งเลย
- Heroes ที่เป็น Series ผมติดมาก ขอดู Season 4 ให้จบก่อน เดี๋ยวจะมาชวนคุย
- Band of Brothers เป็นอีกเรื่อง ที่มี Sound Design ดีเยี่ยม
- เหมือนเคยเห็น @wit เขียนไว้ว่า ถ้าลงทุนเพื่อการดูหนัง จะเลือกดูหนังในโรงมากกว่า
เพราะรู้สึกว่าได้สัมผัสระบบเสียงที่ดีกว่า
แต่ผมกลับมองทางตรงข้าม ตอนนี้ผมเลือกที่จะดูจาก DVD มากกว่า ถ้ารอไหว…
ผมรู้สึกว่าดูหนังในโรงต้องใช้ความอดทนกับบรรยากาศรอบตัวมาก จนรู้สึกเหนื่อย
ทำให้บางครั้ง ความสนใจ ไม่ได้อยู่ที่หนังทั้งหมด….
ตอนนี้ผมใช้ Soken DHT 750 เป็นลำโพง 5.1 ใช้สำหรับดูหนัง
ถือเป็นสิ่งที่คุ้มค่าที่สุดในรอบปีที่ซื้อมาเลย ด้วยราคา 2,400 บาท
ถ้ายังไม่มีเครื่องเสียงสำหรับดูหนัง ผมแนะนำชุดนี้เลย…
หนังอย่าง Moulin Rouge , Fiding Nemo อยากให้ดูในระบบ 5.1 น่ะ
นึกขึ้นได้ Hero ของ @wit น่าจะหมายถึงหนังของ จาง อี้โหมว บังเอิญที่ชั้นวาง DVD ของผม
มองไปแล้วเป็นเรื่อง Heroes (Series) เลยเข้าใจผิด..
@pigkolo Hero ที่ผมพูดถึงหมายถึงของจางอี้โหมวครับ ส่วน Heroes ที่เป็น series นั้นไม่กล้าครับ กลัวติด แต่ก็อยากดูมากขึ้นเรื่อยๆแล้ว สงสัยจะทนได้อีกไม่นาน ระบบที่บ้านยังไม่พร้อมด้วยน่ะแหละครับ ขอบคุณน้าด้วยที่แนะนำลำโพง Soken เดี๋ยวคงต้องไปหาลอง
The Hurt Locker สุดๆอ่ะ เนื้อเรื่องชวนรันทดนิดๆ
ไอ้พวกนี้ หาดูได้ทางเวบที่คุณก็รู้ว่่าใคร ได้นิ…
Moulin Rouge นี่สุดยอดในดวงใจของผมเหมือนกันครับ ดูที่ไรก็ยังสนุกอยู่ หลงรักนิโคล คิดแมนหัวปักหัวปำ