14 December 2009 5ชอบ / 5ไม่ชอบ ของปี 2552 5ชอบ / 5ไม่ชอบ ของปี 2552

5ชอบ/5ไม่ชอบ น่าจะถูกเริ่มต้นมาจากนิตยสารสีสัน และช่างคุยก็นำไอเดียมาทำต่อในรูปแบบของ podcast ดูๆไปแล้วชักเริ่มอยากลองสรุปของตัวเองดูบ้าง เลยตัดสินใจรีบเขียนลง blog ก่อนจะเริ่มฟังของคนอื่น เพื่อจะได้คัดมาจากความคิดตัวเองล้วนๆ :)

5 ไม่ชอบ

  1. การใช้ชีวิตตัวเองตลอดปี 2552 : ดูเหมือนจะเป็นปีที่เต็มไปด้วยข้อผิดพลาดมากมาย ทั้งการตัดสินใจ การคิด คงไม่บรรยายลงรายละเอียดอะไรมาก แต่พอคิดจะเริ่มเขียน 5ไม่ชอบ เรื่องนี้ก็วิ่งเข้ามาเป็นเรื่องแรกอย่างไม่ต้องคิดซ้ำ
  2. ความไม่สงบของบ้านเมือง : นี่ก็น่าจะเป็นอีกเรื่องที่ไม่ต้องบรรยายอะไรกันมากนัก ความไม่สงบนี่ไม่ได้หมายถึงแค่ 2สี แต่รวมถึงชายแดนใต้ และอาชญากรรมที่เพิ่มขึ้นมากในช่วงปีที่ผ่านมา ดูประเทศแล้วเหมือนคนพิการซ้ำซ้อน มีทั้งภูมิคุ้มกันบกพร่อง และภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีวี่แววว่าปลายปีหน้า เรื่องนี้จะหลุดออกไปจาก 5ไม่ชอบ ได้ยังไง
  3. รายการโทรทัศน์และวิทยุ : การแข่งขันทางธุรกิจทำให้รูปแบบรายการและเนื้อหาที่นำเสนอทาง 2 สื่อหลักนี้ดูเหมือนๆกันไปหมด และหมดความน่าสนใจ บนโทรทัศน์ก็เป็นการแข่งขันกันของทุกค่ายในด้านรายการข่าว ที่ตอนนี้มูลค่าโฆษณาน่าจะแซงละครไปไกลแล้ว ยิ่งนั่งดูไปนานๆยิ่งรู้สึกเสียดายความสามารถของผู้ประกาศข่าวหลายท่าน ส่วนทางด้านของวิทยุที่ผมฟังค่อนข้างน้อยอยู่แล้วก็เหมือนถูก flood ไปด้วยบรรดา DJ ที่มีบุคลิกโดนใจวัยรุ่น ที่ลามมาถึงบนหน้าจอโทรทัศน์ด้วย ความเหมือนกันไปหมดนี่ทำให้สื่อหลักดูน่าเบื่อมาก
  4. กระแสหมอดู : เริ่มกันมาตั้งแต่ต้นปี ทั้งฟันธง ทั้งคอนเฟิร์ม และอีกมากมายที่หันมาใช้สื่อหลักอย่างโทรทัศน์ในการทำ self-promotion ด้วยวิธีเกาะกระแสดารา ยิ่งรู้สึกไม่ชอบมากขึ้นเมื่อมีผลกระทบกับคนรอบๆตัวเช่นว่า กลัวโน่นกลัวนี่เพราะหมอดูทักเอาไว้ ยิ่งมาได้เห็นการแทรกซึมเข้ามาอยู่ในรายการด้านกีฬาแล้วด้วย ทำให้คิดไม่ออกเลยว่าผมควรจะไม่ชอบกระแสหมอดู หรือไม่ชอบกระแสการเชื่อหมอดูกันแน่
  5. อ่านหนังสือน้อยมาก : โดยปกติผมมักจะไม่ค่อยได้อ่านหนังสือจบเป็นเล่มๆมากนัก แต่ชอบที่จะ print เรื่องที่น่าสนใจจาก internet ออกมานั่งอ่านมากกว่า แต่พอมานั่งคิดย้อนไปตลอดปี 2552 นี้ ผมอ่านหนังสือเป็นเล่มได้น้อยไปจริงๆ ดูเหมือนว่าจะมีแค่ The Last Lecture กับ Outliers เท่านั้นที่อ่านจนจบ ทั้งที่ซื้อหนังสือที่อยากอ่านมากองไว้เต็มไปหมด ข้อนี้ทำให้ผมตั้งหนึ่งใน 2010 Resolutions เอาไว้ว่าจะต้องอ่านหนังสือให้ได้มากขึ้น

5 ชอบ

  1. Macbook Pro : เครื่องนี้ผมซื้อมาตั้งแต่มีนาคม 2551 แต่ตลอดปี 2552 นี่เรียกได้ว่าผมใช้ MBP เครื่องนี้เป็นคอมเครื่องหลักไปแล้ว พยายามย้ายการทำงานหลายอย่างเข้ามารวมอยู่ในเครื่องเดียว โดยส่วนใหญ่ tools ที่ใช้ในการช่วยจัดการเรื่องต่างๆในชีวิตก็มาอยู่บน mac ทั้งหมดแล้ว เรื่องใหญ่เรื่องเดียวที่ยังทำได้ไม่เรียบร้อยก็คือ software สำหรับการทำงานด้าน audio ผมยังเคยชินที่จะใช้งานบน PC มากกว่า โดยเฉพาะ Sony Sound Forge ที่ไม่มี version สำหรับ mac และ plugin บางตัวที่เป็น VST บน Windows เท่านั้น แต่ดูท่าทางแล้ว ในปีหน้านี้ทุกอย่างคงถูกจับมารวมอยู่ใน MBP เครื่องนี้อยากสมบูรณ์แน่ๆ และเรื่องนี้ก็จะยังเป็นหนึ่งในตัวเต็งที่จะติด 5ชอบ ในปีหน้าแน่นอน
  2. Twitter : คงไม่ต้องบรรยายอะไรมากกับกระแสความนิยม Twitter ในปีนี้ ผมเองมี Twitter อยู่ 2 accounts อันแรกคือ @simplywit ที่ใช้เป็นหลักในการติดต่อสื่อสาร จำนวนคนที่ follow อยู่ราวๆ 100 ไม่เยอะมาก เพราะก็ไม่รู้จะ follow มากๆไปทำไม แต่เดี๋ยวรอให้ Client ต่างๆเขารองรับ List ให้ดีกว่านี้ก่อน อาจจะเปลี่ยนวิธีใช้ก็ได้ อีกหนึ่ง account ก็คือ @polypink ที่จะ tweet เป็นภาษาอังกฤษและ follow เฉพาะบรรดาคนที่เกี่ยวข้องในด้าน audio production ล้วนๆ อันนี้เหมือนเป็นนิตยสารส่วนตัวที่ update กันนาทีต่อนาที แต่ผมก็มักจะอ่านแบบรวดเดียววันละครั้ง จะว่าไปแล้ว Twitter ส่งผลกับชีวิตผมทั้งด้านดีและด้านไม่ดี แต่ยังไงซะ ผมก็ยังคิดว่าการมาของ Twitter มันก็ยังดีกว่าไม่มา ส่วนผลกระทบทั้งด้านดีและไม่ดีนี่ก็คงต้องเลือกใช้กันเอาเอง
  3. เหรียญทองโอลิมปิกของคุณสมจิตร จงจอหอ : เคยคุยกับบาทหลวงท่านหนึ่ง เขาบอกว่ากีฬาเป็นเครื่องมือที่ดีมากในการวมใจคนทั้งชาติ ผมจัดข้อนี้มาอยู่ใน 5ชอบ ไม่ใช่เพราะการที่คุณสมจิตรได้เหรียญทอง แต่ผมชอบบรรยากาศวันที่เขาชกรอบชิงเหรียญทองมากๆ ผมไปเดินอยู่ที่ห้างมาบุญครอง พอถึงเวลาเขาก็ถ่ายทอดบนจอใหญ่แล้วคนทั้งห้างก็หยุดยืนดู ความรู้สึกที่เห็นคนทั้งห้างส่งเสียงเชียร์กันอย่างสุดมันส์โดยไม่ได้นัดหมายนี่น่าประทับใจมากๆ ยิ่งใหญ่ในความรู้สึกมากกว่าการรวมตัวไปปิดสนามบินหรือปิดอนุเสาวรีย์ชัยฯมากนัก ตอนผมยืนเกาะรั้วอยู่ดูอยุ่ที่บริเวณชั้น 2 ของห้างมาบุญครองวันนั้นก็มีชาวต่างชาติเดินมาถามว่าดูอะไรกัน ผมก็อธิบายไปด้วยความภาคภูมิใจมากกว่าเราช่วยกันเชียร์นักชกไทยอยู่
  4. พี่หงษ์ ภาสกร และรายการช่างคุย : ถึงผมจะฟังรายการของช่ายคุยมาอยู่เรื่อยๆ ทั้งช่างคุย, ไม่หลับไม่นอน และเรียนเมืองนอก แต่เรื่องที่ทำให้ผมต้องรวมเอาช่างคุยมาอยู่ใน 5ชอบ ไม่ใช่เพราะตัวรายการครับ ย้อนไปตั้งแต่ช่วงต้นปี ผมกำลังตัดสินใจอยู่ว่าจะเอายังไงกับชีวิตต่อดี โดยกำลังจะมีแนวโน้มว่าคงจะเลิกแล้วก็พอกับงานด้าน audio ซะที แต่พอได้เห็นพี่หงษ์เขียน tweet หาคนช่วยเรื่อง noise reduction ผมก็เริ่มอาสาช่วยในทันที เป็นเรื่องที่เราทำได้อยู่แล้วและเต็มใจช่วยมากๆ จากนั้นพี่หงษ์ก็ให้โอกาสไปช่วยทำโน่นทำนี่เกี่ยวกับเรื่องเสียงมาโดยตลอด รวมถึงการได้ไปพูดในงานสัมมนาช่างคุยชวนทำพอดคาสท์คู่กับ @phz ด้วย ตลอดปีที่ไปช่วยพี่หงษ์ทำโน่นทำนี่มา ยังไม่ได้เงินเลยสักบาท แต่ก็เต็มใจไปตลอดถ้าไม่ติดธุระอะไร เพราะสิ่งที่ต้องขอบคุณพี่หงษ์คือโอกาสที่ให้ผมได้ทำสิ่งที่สนใจและอยากทำอยู่ตลอด ถึงตอนนี้ก็ยังคิดว่า audio ไม่น่าจะเป็น career แต่ก็คงเป็น hobby/job ไปอีกนาน
  5. WordPress : ไม่เคยคิดมาก่อนเหมือนกันว่าการทำ blog จะสนุกขนาดนี้ ถึงจะเขียน blog ด้วย WordPress มาเป็นปีที่ 3 แล้ว แต่ปีนี้มันสนุกขึ้นมากตรงที่ผมไม่อยากจะเขียน blog ให้มีเฉพาะการ update ข่าวอีกต่อไปแล้ว อยากจะใส่ตัวเองและความสนใจลงไปให้มากกว่าเดิม ทำให้อยากจะเอาไปโน่นมาใส่ ไอ้นี่มาเพิ่มเต็มไปหมด พอถึงตรงนี้ทำให้รู้สึกชอบ WordPress ตรงที่ว่า คนไม่รู้เรื่อง programming แบบผมก็ยังสามารถทำโน่นทำนี่เองได้ บางอย่างอาจจะต้องเข้าไปขุดคุ้ยแก้ไข code บ้าง แต่มันก็ไม่ยากเกินจะเดา ความสนุกในการคิดว่าอยากเพิ่มอะไรบ้าง และจะจัดวางยังไงไม่ให้มันดู “เยอะ” เกินไปนี่มันสนุกมากจริงๆ ใครที่อยากทำ blog ของตัวเองแบบง่ายๆผมแนะนำ WordPress เลยครับ แล้วถ้าเกิดทำแล้วมีปัญหาอะไรก็ลองเลียบๆเคียงๆถาม @iMenn หรือ @warong ละกันครับ ไม่ต้องมาถามผม ผมเน้นเดา … ก็คิดเอาละกันครับ WordPress ทำให้ผมสนุกในการเดาได้ถึงขนาดนี้ มันน่าสนใจพอไหม

ถึงตรงนี้ ถ้ามีใครแวะเข้ามาอ่านผมอยากแนะนำให้ลองสรุป 5ชอบ/5ไม่ชอบ ในรอบปีนี้ของตัวเองดูบ้าง มันช่วยให้เราได้สรุปภาพรวมตลอดปีของตัวเองได้อย่างสนุกดีทีเดียว ถ้าทำแล้วลองเขียนเป็น blog แล้วส่งมาบอกกันบ้างนะครับ ผมอยากตามไปอ่าน

Tags: , , ,
เข้าดู 697 ครั้ง

8 Responses to “5ชอบ / 5ไม่ชอบ ของปี 2552”

  1. pigkolo says:

    5 ไม่ชอบ

    - คงเหมืือนๆ กัน บรรยากาศการเมืองไทย เป็นเรื่องที่ไม่อยากคุยกับใคร
    และไม่อยากให้ใครชวนคุย

    - โฆษนาหนัง Twiligh2 ในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ผมยังไม่ได้ดูทั้ง 2 ภาค
    แต่วันก่อนเปิดมาเห็นหน้าโปรแกรมหนัง ทำเป็นรูปหัวใจ กั้นเป็น 4 ห้อง
    ใน 4 ห้อง มีรูปของดารานำชายทั้ง 2 คน พร้อมคำโปรยหัวดับอารมณ์ว่า

    “ทุกห้องหัวใจ มีแต่ เอ็ดเวิร์ด และ เจคอบ ” ลองไปหาดู
    โฆษณาของวันอื่นๆ เห็นแล้วปวดตับไม่แพ้กัน….

    - สุขภาพ – เป็นปีที่สุขภาพย่ำแย่จริงๆ ผมมีปัญหามากจากการใช้คอม ทั้งปวดหลัง ปวดคอ
    ปวดมือจากการใช้เม้าส์ เป็นปีที่ต้องปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมการทำงานเยอะมาก

    - กำแพงแรม 4 GB – มี Sound Library ขนาดใหญ่ให้ใช้มากมาย แต่ก็ติดตรงแรมนี่แหละ
    ทียังทำให้การทำงานไม่ค่อยสนุก เป็นข้อจำกัดที่น่าเบื่อมาก เรียกกลองมาหนึ่งชุด ก็แทบจะทำอย่างอื่นต่อไม่ได้แล้ว แต่ปีหน้าก็คงเริ่มเปลี่ยนไปใช้ OS 64 Bit กันอย่างเต็มรูปแบบ

    พอถึงตอนนั้น ก็คงหงุดหงิดเรื่อง Harddisk ช้าอีก กว่าจะเรียกแต่ละเสียง…อืม

    - ทับทิมรีสอร์ท ที่เสม็ด – ไปครั้งล่าสุด ไม่ค่อยประทับใจ ถูกปรับเปลี่ยนจนรู้สึกว่าเป็นการปรุงแต่ง
    มากไป

    จะว่าไปเกาะเสม็ดทั้งเกาะก็ดูเละมากๆ อยากให้มีการจัดการที่ดีๆ
    เกาะสวยๆ ใกล้ๆ ก็มีแต่เสม็ดนี่แหละ ทีไปทีไรก็หายเหนื่อย

    5 ชอบ

    - TC Konnekt 6 , Wacom Bamboo – เป็นของสองอย่างทีวางอยู่บนโต๊ะแล้วดูมีชาติตระกูลมาก
    Wacom ซื้อมาใช้แทนเม้าส์ แก้อาการปวดมือ ซึ่งก็ใช้ได้ดี ทำให้ชีวิตตัดขาดจากเม้าส์ไปเลย

    ตอนแรกซื้อรุ่น Bamboo Fun ใช้มาสักพักพี่แกออกรุ่นใหม่มีระบบสัมผัส ” Touch ”
    ก็เปลี่ยนอีก ถ้าใครมีปัญหากับเม้าส์ แนะนำให้ใช้ Wacom เลย ดีจริง
    แต่ถึงจะไม่มีปัญหาเรื่องเม้าส์ ก็ยังอยากแนะนำให้ใช้อยู่ดี ..

    - Mario Kart (Wii) , Company Of Heroes(PC) – เป็นเกมส์สองเกมส์ที่สนุกมากๆ COH เอาไว้เล่นคนเดียว ส่วน MK Wii เอาไว้เล่นกับมิตรสหาย

    - เรื่องงาน – ปีนี้เหมือนไม่ค่อยมีอะไร แต่พอหันกลับไปทบทวนดู ก็ได้ทำอะไรไปเยอะเหมือนกัน..
    มีทั้ง Event แปลกๆ , ถึงแม้ปีนี้ไม่มีอัลบั้มใหม่ แต่ก็แอบมีเพลงติดชาร์ทอยู่พักใหญ่ๆ, งานเพลงประกอบก็ทำไปเยอะ รวมๆ ความยาวแล้ว ได้เป็นชั่วโมงเหมือนกัน, อืม…ปีหน้าเอาใหม่…

    - Lives of others – หนังแนะนำ มีโอกาสควรดู..

    - ชมพู่ อารยา – ปีนี้ให้ชนะอั้ม พัชราภา นิดนึง

  2. วันไหนมีเงิน พี่จะพาไปเลี้ยงให้สมศักดิ์ศรีนะ
    ดีใจที่ชอบ และเป็นเกียรติที่ได้รู้จักครับ

  3. [...] This post was Twitted by veerachit [...]

  4. Wit says:

    @hongsyok : ขอบคุณครับ ผมไม่กินของถูกนะ และเป็นเกียรติเช่นกันที่ได้รู้จักครับ

    @pigkolo :
    ผมอยากให้น้า pigkolo เขียน blog มากๆเลยครับ เรื่องนึงที่อยากรู้มากคือเรื่องอาการเจ็บป่วยจากการใช้ computer ที่เห็นน้าเคยพูดถึงใน patid.com อยากรู้มากว่าแก้ปัญหายังไงบ้าง หวังว่าจะหายเร็วๆนะครับ

    เรื่องกำแพง 4GB RAM นี่ทางแก้ก็อย่างที่น้าบอกว่า OS 64bit แก้ได้แน่ๆ แต่จะ practical จริงๆหรือเปล่าก็คงต้องรอดูบรรดาค่าย plugin ทั้งหลายว่าจะพร้อมใจกัน upgrade ให้ support ได้เมื่อไหร่ ดีไม่ดีอาจจะต้องรอไปถึงครึ่งปีหลังของ 2010

    Konnekt6 และ Wacom Bamboo นี่ก็เป็นอีกเรื่องแล้วที่ผมอยากให้น้าเล่าให้ฟังละเอียดๆเลยว่าใช้งานยังไงบ้าง อยากรู้ๆ ส่วน Mario Kart (Wii) นี่เป็นเกมส์สุดโปรดเวลาไป party บ้านเพื่อนเลยเหมือนกัน นั่งตัวเอียงกันได้ทั้งคืน

    อ่าน 5ชอบ/5ไม่ชอบ ของน้า pigkolo จบแล้วความคิดแรกของผมเลยคืออยากทำ podcast สัมภาษณ์ไปเลยให้รู้เรื่องรู้ราว ทาบทามไว้ก่อน สลัดตัวขี้เกียจออกเมื่อไหร่ทำแน่ครับ

  5. pigkolo says:

    @Wit

    - เรื่อง Blog ก็คิดๆ อยู่ครับ แต่คิดว่าถ้าจะเขียนเรื่องสัพเพเหระของตัวเอง ก็ดูไม่ใช่แนว
    ครั้นจะให้เขียนเรื่องที่สนใจ ผมว่าผมมาตามอ่านที่นี่ก็สนุกดีแล้ว …ยังไงขอรวมพลังอีกนิดก็แล้วกัน..

    ส่วนเรื่องสุขภาพ จริงๆ แล้วไม่มีอะไรซับซ้อน ก่อนหน้านี้ผมแทบจะทำกิจกรรมทุกอย่างบนคอม
    ทั้งทำงาน ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมส์ แถมไม่ค่อยออกกำลังกายอีก เลยเหมือนทำกิจกรรมเดิมซ้ำๆ
    ร่างกายก็เลยไม่ค่อยได้พัก อาการปวดต่างๆ ก็ตามมาตามสภาพ…

    วิธีรักษา เริ่มจากปรับระบบการใช้ชีวิต ปรับสภาพการทำงานโดยทำโต๊ะทำงานให้พอดีกับการวางมือ
    วางแขน ใช้เก้าอี้ทำงานที่ดีขึ้น และออกกำลังกายให้มากขึ้น ส่วนเรื่องความบันเทิงก็พยายามไปใช้อย่างอื่นที่ไม่ใช่คอม มีกินยาคลายกล้ามเนื้อคู่ไปด้วย ประมาณนี้

    แต่เรื่องที่ต้องจริงจังก็คือเรื่องการใช้เม้าส์ ที่ทำลายมือและแขนอย่างรุ่นแรง ช่วงที่เป็นมากๆ เวลากดเม้าส์แต่ละครั้ง รู้สึกปวดข้อมือและกร้ามเนื้อบริเวณด้านหลังมากๆ ซึ่งถ้ายังฝืนดันทุรังใช้เม้าส์ต่อไป
    ที่สุดอาจต้องรักษาด้วยการผ่าตัด…

    ผมเปลี่ยนมาใช้ Pen Tablet (Wacom Bamboo) แทนเม้าส์ 100%
    ตอนใช้แรกๆ อึดอัดมาก ไม่ถนัดเลย แต่ผมหักดิบโดยการถอดเม้าส์ออกไป
    ใช้เวลาปรับสภาพสัก 2 อาทิตย์ ก็เริ่มคุ้นมากขึ้น ผมใช้เกมส์ Star Craft เป็นตัวช่วยฝึก
    เวลาเล่น Star Craft แล้ว สมองจะลืมพะวงเรื่อง Tablet ทำให้คุ้นเคยเร็วขึ้น…

    หากแนะนำได้ ผมอยากให้ทุกคนใช้ Pen Tablet แทนเม้าส์
    และต้องเป็น Wacom เท่านั้น ไม่ได้นิยม Brand หรือเป็นสาวก
    แต่สินค้าชนิดนี้ของยี่ห้ออื่นนี่ไม่ไหวจริงๆ ทั้งสัมผัส ความนิ่ง คุณภาพ…
    ถ้าเทียบคะแนนให้ Wacom เต็ม 10 ของยี่ห้ออื่นอาจได้คะแนนไม่ถึงครึ่ง…

    Wacom สามารถตั้งขนาดพื้นที่ทำงานได้ ตอนซื้อมาใหม่ๆ เข้าใจว่าใช้พื้นที่น้อยๆ น่าจะทำให้การเคลื่อนไหวของมือน้อย แล้วจะดีต่อสุขภาพ Bamboo ของผม Size 4×6 นิ้ว ผมตั้งให้ใช้พื้นที่แค 80% แต่ใช้ไปสักพัก เริ่มปวดข้อมือ สรุปคือพื้นที่เล็กไปทำให้ข้อมือไม้ได้เคลื่อนไหว เกิดอาการ
    เกร็งที่ข้อมือ ก็เลยปรับมาใช้พื้นที่เต็ม 4×6 นิ้ว มีระยะทางให้ข้อมือได้เคลื่อนไหวบ้าง ก็ดูเป็นธรรมชาติดี

    ผมว่าขนาด 4×6 ใช้แทนเม้าส์ ขนาดกำลังเหมาะ หากพื้นที่มากกว่านี้อาจต้องขยับทั้งแขน…

    ในงานดนตรี ข้อแตกต่างที่เจออย่างชัดเจนระหว่างเม้าส์กับ Tablet ผมเจอใน Auto Tune
    Tablet สามารถเขียน Pitch ได้แม่นยำมาก สามารถลาก Pitch ให้เป็นเส้นตรง หรือกราฟได้ ” ดังใจ ”
    คือเหมือนวาดรูป ส่วนเม้าส์แค่พยายามเขียน Pitch ให้ตรงยังลำบาก อันนี้ประทับใจมาก
    จริงอยู่ที่งาน Tune เกือบทั้งหมด ทำใน Melodyne แต่หากให้สร้างลีลาร้องเฉพาะประโยค เฉพาะคำ
    การเขียนใน Auto Tune สนุกกว่า…

    เรื่องการใช้งาน Tablet ใช้งานได้แทนเม้าส์ 100%
    เรื่องความรู้สึก เม้าส์กับ Tablet แตกต่างกันสิ้นเชิง
    พอคุ้นเคยกับ Tablet จะรู้สึกว่า การควบคุมคอมให้ความรู้สึกที่เปลี่ยนไป
    บางคนบอกว่า เหมือนการเขียนหนังสือ แต่ผมรู้สึกเหมือนการใช้สีไม้ระบายสี

    ตอนเปลี่ยนจากเม้าส์มาใช้ Tablet นี่ รู้สึกว่า นรกจริงๆ อยากเขวี้ยง Tablet ทิ้ง…

    -เรื่อง Konnekt 6 ผมใช้ทำเพลง ใช้อัดร้อง อัดกีต้าร์ มี Mix งานบ้าง…
    ที่ชมบ่อยๆ เพราะผมรู้สึกว่า ผมได้ใช้งานเต็มที่กับ Spec นี้

    -ถ้ามี In/Out มากกว่านี้ ก็จะเหลือ ใช้ไม่หมด

    -Volume ของ Main และ Phone แยกกัน อันนี้ชอบมาก เวลาอัดเสียงจาก Mic ก็แค่ปิดเสียงโพงที่ Main Out ไม่ต้องปิดลำโพง แถมใน DAW ยัง Assign Output ของ Phone แยกกับ Main Out ได้อีก

    -Mic Pre ดี คำว่าดีของผมคือ Clean มากๆ อยากได้อะไรเพิ่ม ก็ใช้ Plugin ช่วย

    -อัดกีต้าร์ไฟฟ้าดี -ผมเป็นคนเล่นกีต้าร์ เรื่องการตอบสนอง ความดังเบาจากการเล่น เป็นสิ่งที่ผมให้ความสำคัญ ที่เคยเจอคือเวลาอัดกีต้าร์แบบ Direct ผ่าน MicPreแล้ว ต้องคอยมาปรับ Gain ให้เต็มอยู่เสมอ เพราะพอระดับเสียงเบา เสียงจะแกว่งๆ เหมือนใส่ Chorus ทำให้กังวลเรื่องการเล่น และรู้สึกไม่เป็นธรรมชาติ นั่นคืออาการส่วนมากที่เจอ

    แต่อัดผ่าน Konnekt แล้ว เวลาเล่นได้ความรู้สึกของความเป็น Amp มาก รู้สึกเสียงกีต้าร์เป็นกีต้าร์ ทั้งเวลาดังและเบา อันนี้ประทับใจสุดๆ

    - Design – เหลี่ยมๆ ทื่อๆ ก็ชวนเบื่อได้เหมือนกัน

    สรุปคือ ที่ชอบ Konnekt เพราะรู้สึกว่า ” พอดี ” ตัว …ประมาณนี้

  6. OHM4U says:

    น่าจะมีการโหวดให้คะแนนคนคอมเม้นต์ด้วยนะเนี่ย
    ผมจะได้ให้คะแนนเต็ม 10 สำหรับเฮีย piigkolo เลย !!

  7. pigkolo says:

    เพิ่งเห็นอันนี้

    http://www.tcelectronic.com/impacttwin.asp

    อืม… เริ่มรู้สึกว่า Konnekt 6 ชักจะเริ่มคับแล้ว…

  8. [...] และก็เพื่อเป็นการตอบ Blog ของเพื่อนผม [Simply] Wit ด้วย [...]

Leave a Reply

Spam Protection by WP-SpamFree